เชียงราย - Chiang Rai News
ส้มโอเวียงแก่น” ในจังหวัดเชียงรายได้รับสถานะ GI ใหม่
เชียงราย – กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มโอเวียงแก่น” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อดูแลชื่อเสียง มาตรฐานคุณภาพ และเอกลักษณ์ของส้มโอจากอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาด สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และต่อยอดรายได้ให้เกษตรกรกับชุมชนในพื้นที่แบบยั่งยืน
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม ระบุว่า การผลักดัน GI เป็นงานสำคัญตามแนวทาง Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ จุดหมายคือทำให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแรงขึ้นด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อสินค้าได้ GI จะมีระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับที่เชื่อถือได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์ และพาสินค้าเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ได้ง่ายขึ้น
สำหรับ “ส้มโอเวียงแก่น” เป็นสินค้า GI รายการที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย ต่อจาก กาแฟดอยตุง, กาแฟดอยช้าง, สับปะรดนางแล, สับปะรดภูแลเชียงราย, ชาเชียงราย, ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย, ข้าวก่ำล้านนา (ขึ้นทะเบียนร่วมกับอีก 7 จังหวัดภาคเหนือ) และเครื่องเคลือบเวียงกาหลง โดยสินค้า GI 8 รายการก่อนหน้า สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้จังหวัดรวมมากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
การเพิ่ม “ส้มโอเวียงแก่น” เข้ามา ทำให้เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากนครราชสีมาที่มี 11 รายการ ภาพนี้สะท้อนทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบต่อกันมา และพลังของคนในพื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง
ทำไมส้มโอเวียงแก่นถึงเด่น
ส้มโอเวียงแก่นปลูกในอำเภอเวียงแก่น ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลม่วงยาย, ตำบลหล่ายงาว, ตำบลปอ และตำบลท่าข้าม พื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา และมีแม่น้ำงาวไหลผ่านทุกตำบล ทำให้ดินเป็นดินตะกอนแม่น้ำที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี และมีค่ากรด-ด่างเหมาะกับการปลูกส้มโอ เมื่อรวมกับสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย จึงทำให้ได้ผลผลิตที่มีจุดเด่นทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และความฉ่ำ จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
3 พันธุ์ส้มโอเวียงแก่นที่ขึ้นทะเบียน GI
ส้มโอเวียงแก่นที่อยู่ในขอบข่าย GI มี 3 พันธุ์หลัก ได้แก่
- ขาวใหญ่
ผลทรงรี น้ำหนักเฉลี่ย 1.2-2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลือง เนื้อแน่นกรอบ ฉ่ำน้ำ สีขาวอมเหลืองอ่อน รสเปรี้ยวอมหวาน มีความซ่า มีฝาดและขมเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ - ทองดี
ผลทรงกลมแป้น น้ำหนักเฉลี่ย 1-2 กิโลกรัม เปลือกสีเหลือง เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ สีชมพูอ่อน รสหวานอมเปรี้ยว มีความขมและซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์ - เซลเลอร์
ผลทรงกลม น้ำหนักเฉลี่ย 0.8-2.0 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อกรอบ สีแดงทับทิม รสหวานอมเปรี้ยว มีความซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์
ผู้ผลิต ผลผลิต และมูลค่าตลาด
ปัจจุบันมีผู้ผลิตส้มโอเวียงแก่นในจังหวัดเชียงราย 1,383 ครัวเรือน ผลผลิตเฉลี่ยราว 25,130 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดรวมมากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี และมีจีนเป็นตลาดส่งออกหลัก สะท้อนว่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้จริง
หลังได้ GI แล้ว เดินหน้าต่ออย่างไร
การขึ้นทะเบียน GI “ส้มโอเวียงแก่น” ไม่ได้หยุดแค่การคุ้มครองชื่อและแหล่งผลิต แต่ยังช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า เพิ่มรายได้เกษตรกร และทำให้เศรษฐกิจฐานรากของเชียงรายแข็งแรงขึ้น หลังจากขึ้นทะเบียนแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าทำงานต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อให้ประโยชน์จาก GI กระจายไปถึงผู้ประกอบการหลายกลุ่มในพื้นที่
อีกด้านหนึ่ง กรมยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น TikTok Shop, Shopee และ Lazada เพื่อช่วยขยายช่องทางขายสินค้า GI ออนไลน์ ผ่านการไลฟ์สด คลิปสั้น และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ควบคู่กับการเปิดตลาดส่งออก และการทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และทำให้รายได้หมุนเวียนลงสู่ชุมชนได้มากขึ้นในระยะยาว