Connect with us

ฟุตบอล

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1 ที่ซาน ซิโร, ฟอร์มแกร่งในแชมเปียนส์ลีก

Published

on

มิลาน, 20 มกราคม 2026 อาร์เซนอลยังเดินหน้าเก็บชัยชนะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟสแบบไม่พลาดเลย หลังบุกชนะอินเตอร์ มิลาน 3-1 ถึงสนามซาน ซิโร เกมวันอังคารนี้ ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ทีมการันตีจบอย่างน้อยอันดับ 2 และได้ตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ พร้อมทำสถิติชนะติดต่อกันในรายการนี้เป็นนัดที่ 7 ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของสโมสรในถ้วยยุโรประดับสูงสุด

มิเกล อาร์เตตา พาทีมมาเยือนอิตาลีด้วยความมั่นใจ แม้ผลการแข่งขันคู่อื่นจะทำให้อาร์เซนอลการันตีเข้ารอบแล้วก็ตาม เขายังเน้นความเข้มข้นเหมือนเดิม และมีการโรเตชันหลายตำแหน่งจากเกมพรีเมียร์ลีก แต่ภาพรวมยังคุมเกมได้ดี กาเบรียล เชซุส เด่นสุดด้วยการเหมาสองในครึ่งแรก ส่วน วิคตอร์ กโยเคเรส ลงมาสำรองแล้วยิงปิดกล่องช่วงท้ายเกม

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1

เปิดเกมกดดันสูง, เชซุสพาออกนำเร็ว

อาร์เซนอลเริ่มเกมด้วยการเพรสสูงตั้งแต่นาทีแรก และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 10 จากจังหวะฉวยโอกาสในเขตโทษ ลูกยิงของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ โดนบล็อกแล้วบอลเด้งเข้าทางเชซุส เขาแตะยิงผ่านมือ ยานน์ ซอมเมอร์ เข้าไปไม่เหลือ สกอร์เป็น 1-0

อินเตอร์ที่เป็นรองแชมป์แชมเปียนส์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน และกำลังนำจ่าฝูงเซเรีย อา ตอบโต้ทันควัน นาทีที่ 18 เปตาร์ ซูชิช ซัดไกลเต็มข้อ บอลพุ่งแรงจนแนวรับอาร์เซนอลตั้งตัวไม่ทัน และช่วยปลุกเสียงเชียร์เจ้าถิ่นให้กลับมา สกอร์เป็น 1-1

เซตพีซทำงาน, เชซุสกดลูกสองก่อนพักครึ่ง

อาร์เซนอลไม่เสียทรง หลังโดนตีเสมอ ทีมกลับมาคุมจังหวะได้อีกครั้ง และขึ้นนำในนาทีที่ 31 จากลูกเตะมุมตามสูตร บูกาโย ซากา เปิดบอลลึกเข้าไป เลอันโดร ทรอสซาร์ด โหม่งชงกลับหน้าประตู ก่อนเชซุสที่ยืนโล่งๆ โหม่งจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้

ประตูนี้ยังตอกย้ำความอันตรายจากลูกนิ่งของอาร์เซนอล เพราะนับรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ พวกเขายิงจากลูกเตะมุมไปแล้ว 19 ประตู

ก่อนจบครึ่งแรก เดวิด รายา โชว์ซูเปอร์เซฟดับเบิลเซฟ ช่วยปฏิเสธโอกาสของ เฟเดริโก ดิมาร์โก และทำให้อาร์เซนอลเข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์นำ 2-1

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1

ครึ่งหลังคุมเกมอยู่มือ, กโยเคเรสซัดปิดจ๊อบสุดสวย

กลับมาครึ่งหลัง อาร์เซนอลเล่นแบบเน้นผล คุมพื้นที่ดีและไม่เปิดช่องง่ายๆ อินเตอร์ได้บุกบ้าง แต่จังหวะจบยังไม่ชัด ขณะที่อาร์เซนอลรอเล่นสวนกลับเป็นระยะ

อาร์เตตาส่ง วิคตอร์ กโยเคเรส ลงมาจากม้านั่งสำรอง และเขาก็ตอบแทนทันที นาทีที่ 84 กองหน้าสวีดิชบังบอลหนีการปะทะ ต่อบอลกับซากา ก่อนปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษ บอลเสียบมุมบนอย่างสวยงาม ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-1 และปิดเกมไปเลย

ประตูท้ายเกมทำให้สกอร์สะท้อนภาพรวมของเกมชัดขึ้น อาร์เซนอลยังคงไร้พ่าย และส่งสัญญาณแรงๆ ก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1

ไฮไลต์นักเตะและแผนการเล่น

เชซุสเป็นคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เขายิงสองประตูในครึ่งแรก และหลายสำนักยกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม ส่วนกโยเคเรสลงมาช่วยเพิ่มมิติในพื้นที่สุดท้าย ทำให้อาร์เซนอลมีทางเลือกเกมรุกมากขึ้น

แนวรับนำโดย วิลเลียม ซาลีบา และ กาเบรียล มากัลเญส เล่นนิ่งและอ่านเกมได้ดี รายาช่วยเซฟสำคัญหลายจังหวะ โดยเฉพาะช่วงท้ายครึ่งแรก

อาร์เตตาชมทีมเรื่องความกล้าและการคุมอารมณ์ในบรรยากาศกดดัน ขณะที่เชซุสบอกหลังเกมว่าอาร์เซนอลเล่นดีกว่า คุมเกมได้ และเก็บสามแต้มจากทีมระดับท็อป

ฝั่งอินเตอร์แพ้ในรอบลีกเฟสเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน เกมรุกติดๆ ขัดๆ เมื่อเจอการเพรสที่เป็นระบบของอาร์เซนอล แม้ซูชิชและดิมาร์โกจะมีจังหวะเด่นให้เห็นก็ตาม

รายชื่ออาร์เซนอลและผลงานเด่น

ทีมชุดโรเตชันของอาร์เซนอลทำผลงานได้ตามแผน และแสดงให้เห็นว่าขุมกำลังทีมลึกพอ

ตำแหน่ง ผู้เล่น ผลงานเด่น
GK David Raya ดับเบิลเซฟสำคัญ, ออกบอลนิ่ง
DEF Jurrien Timber มีส่วนกับจังหวะได้ประตูแรก (ยิงติดบล็อก)
DEF William Saliba ชนะดวลหลายจังหวะ, คุมไลน์ดี
DEF Gabriel Magalhães เด่นลูกกลางอากาศ, อ่านเกมแน่น
DEF Oleksandr Zinchenko เติมเกมกว้าง, ช่วยคุมบอล
MID Declan Rice คุมจังหวะกลางสนาม, ตัดเกมดี
MID Martin Ødegaard สร้างสรรค์เกม, เชื่อมบอลไหลลื่น
MID Leandro Trossard โหม่งชงให้ประตูที่สอง
FWD Bukayo Saka แอสซิสต์จากเตะมุม, พาบอลกดดันแนวรับ
FWD Gabriel Jesus 2 ประตู (นาที 10, 31)
FWD (ตัวสำรองรวม) Viktor Gyokeres ยิงปิดเกม (นาที 84)

รายชื่ออินเตอร์ มิลานและผลงานเด่น

อินเตอร์สู้เต็มที่ แต่รูปเกมเป็นรองหลายช่วง โดยเฉพาะลูกนิ่งและการเจาะพื้นที่ในแดนสาม

ตำแหน่ง ผู้เล่น ผลงานเด่น
GK Yann Sommer เซฟได้บ้าง แต่เสีย 3 ประตู
DEF Benjamin Pavard รับมือหนัก, มีช่วงโดนกดดัน
DEF Alessandro Bastoni เจอความเร็วและการเคลื่อนที่จนมีหลุด
DEF (คนอื่นๆ) พลาดในจังหวะป้องกันลูกตั้งเตะ
MID Petar Sučić ยิงตีเสมอ (นาที 18), วิ่งไม่มีหมด
MID Nicolò Barella ปะทะกลางสนามตลอดเกม
MID Hakan Çalhanoğlu มีทีเด็ดลูกนิ่ง, หาโอกาสให้ทีม
FWD Federico Dimarco มีจังหวะลุ้น แต่โดนรายาปัดได้
FWD Lautaro Martínez ถูกตัดขาดจากเกม, โอกาสน้อย

โปรแกรมต่อไปและภาพรวมสถานการณ์

หลังชนะที่ซาน ซิโร อาร์เซนอลขึ้นนำตารางรอบลีกเฟส ด้วยผลงาน 21 แต้มจาก 7 นัด ยิงได้ 20 ประตู และเสียแค่ 2 ประตู จากนี้ทีมจะกลับไปโฟกัสเกมในประเทศ รวมถึงเกมพรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และรอจับสลากรอบน็อกเอาต์ โดยมีโอกาสได้เปรียบจากการเล่นนัดที่สองในบ้าน

ส่วนอินเตอร์ต้องเจองานหนักขึ้นในยุโรป เพราะความพ่ายแพ้นัดนี้เพิ่มแรงกดดันให้ทีมทันที

ชัยชนะ 3-1 ของอาร์เซนอลในบ้านอินเตอร์ ช่วยย้ำชัดว่าพวกเขาเป็นทีมที่พร้อมลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอย่างจริงจังในฤดูกาลนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถล่ม สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด 8-1

 

Continue Reading

ฟุตบอล

โบโด/กลิมท์ช็อกโลก เปิดบ้านอัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

Published

on

โบโด กลิมท์ พบ แมนซิตี

หนึ่งในผลการแข่งขันที่คนพูดถึงมากที่สุดของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เกิดขึ้นคืนวันอังคารที่ 20 มกราคม 2026 เมื่อ โบโด/กลิมท์ เปิดสนาม Aspmyra Stadion ที่มีหิมะและอุณหภูมิติดลบ เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 แบบที่แฟนบอลหลายคนไม่ทันตั้งตัว

นี่คือฤดูกาลแรกของโบโด/กลิมท์ในรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก แต่พวกเขาเล่นแบบไม่เกรงชื่อชั้น เจาะจุดอ่อนของทีมเป๊ป กวาร์ดิโอลาได้ตลอดเกม และสะท้อนปัญหาความเปราะบางของซิตี้ในซีซันที่ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา

สภาพอากาศหนาวจัด และพื้นสนามหญ้าเทียมเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มๆ เกมนี้ยังเป็นชัยชนะครั้งแรกของโบโด/กลิมท์เหนือทีมจากอังกฤษ และเป็นชัยชนะในแชมเปียนส์ลีกของสโมสรนอร์เวย์ครั้งแรกนับตั้งแต่โรเซนบอร์กทำได้ในปี 2007 โดยมีนายกรัฐมนตรี Jonas Gahr Støre ร่วมชมในสนามท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก

โบโด กลิมท์ พบ แมนซิตี

ครึ่งแรกมาไว ฮ็อก์กดสองเม็ดในพริบตา

โบโด/กลิมท์เริ่มเกมแบบดุดัน และไม่ปล่อยให้ซิตี้ตั้งหลักนาน นาทีที่ 22 คาสเปอร์ ฮ็อก์ (Kasper Høgh) หัวหอกชาวเดนมาร์กฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับเร็ว ก่อนซัดผ่าน จานลุยจี ดอนนารุมมา เข้าไป หลังแนวรับซิตี้พลาดตำแหน่ง

ถัดมาแค่ 2 นาที ฮ็อก์กดเพิ่มอีกประตู เป็นเบิลแบบรวดเร็ว ทำให้แนวรับทีมเยือนเสียทรง และแฟนเจ้าถิ่นระเบิดเสียงเฮทั้งสนาม

จบครึ่งแรก โบโด/กลิมท์นำ 2-0 จากการลงโทษความผิดพลาดช่วงเปลี่ยนเกมของซิตี้แบบตรงจุด ขณะที่ทีมของกวาร์ดิโอลาดูปรับตัวกับความหนาว และการเพรสสูงที่วิ่งไม่หยุดของเจ้าถิ่นได้ยาก

โบโด กลิมท์ พบ แมนซิตี

ฮาวเก้ยิงสุดสวย, เชร์กี้ตีไข่แตก แต่จบที่ใบแดงของโรดรี

ครึ่งหลังความเดือดยิ่งเพิ่ม นาทีที่ 58 เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ (Jens Petter Hauge) ลากบอลขึ้นหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนปั่นไกลเสียบมุมบนแบบหมดจด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 จังหวะนี้โรดรีตามไม่ทัน และเกมเริ่มไหลไปทางเจ้าถิ่นชัดเจน

ซิตี้พยายามตอบโต้ทันที นาทีที่ 60 รายาน เชร์กี้ (Rayan Cherki) ที่ลงมาเป็นสำรอง ซัดจากหน้าเขตโทษเข้าไป จากแอสซิสต์ของ นิโก โอไรลีย์ (Nico O’Reilly) ทำให้มีความหวังขึ้นมาชั่วคราว

แต่โมเมนตัมของทีมเยือนอยู่ได้ไม่นาน โรดรีโดนไล่ออก หลังโดนสองใบเหลืองในเวลาเพียง 53 วินาทีจากจังหวะเข้าปะทะที่เสี่ยงเกินจำเป็น ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เหลือ 10 คนในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

ช่วงท้ายซิตี้พยายามบุกกดดัน แต่โบโด/กลิมท์ยืนเกมรับแน่น วินัยดี และไม่หลุดโฟกัส จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางการฉลองแบบสุดเหวี่ยงของเจ้าถิ่น ชัยชนะนัดนี้ถูกพูดถึงทันทีในฐานะอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป

โบโด กลิมท์ พบ แมนซิตี

กวาร์ดิโอลายอมรับ ทีมกำลังเจอเรื่องผิดพลาดเต็มไปหมด

หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าผิดหวัง เขาบอกว่าเกมยังสูสีอยู่จนกระทั่งเสียประตูแรก แต่หลังจากนั้น “ทุกอย่างพังในรายละเอียดหลายจุด” และทีมรู้สึกว่า “อะไรๆ ก็ผิดไปหมด” พร้อมย้ำว่าต้องหาทางเปลี่ยนให้ได้

ด้านเออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงชาวนอร์เวย์ของซิตี้ที่เจอกับทีมจากบ้านเกิด ยอมรับตรงๆ ว่าทีมแพ้แบบ “สมควรแล้ว” และเป็นผลงานที่ “ไม่ดีพอ” ความพ่ายแพ้นี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของซิตี้ที่ยังหาชัยชนะในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม และเสียงวิจารณ์เรื่องเกมรับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับโบโด/กลิมท์ เกมนี้เหมือนการประกาศตัวบนเวทียุโรป เกมรุกที่กล้าบุก กล้ากดดัน นำโดยความคมของฮ็อก์ และจังหวะเด็ดขาดของฮาวเก้ ผสมกับการเล่นเป็นทีม ทำให้พวกเขาคว่ำหนึ่งในทีมระดับท็อปได้แบบชัดเจน

โบโด กลิมท์ พบ แมนซิตี

คะแนนนักเตะโบโด/กลิมท์ และสถิติเด่น

นักเตะ ตำแหน่ง ผลงานสำคัญ คะแนน
Nikita Haikin ผู้รักษาประตู เซฟสำคัญ, คุมพื้นที่ดี 8/10
Brice Wembangomo กองหลัง รับแน่น, อ่านเกมดี 7.5/10
Jostein Gundersen กองหลัง ใจเย็นตอนโดนกดดัน 8/10
Odin Bjørtuft กองหลัง ตัดบอลหลายจังหวะ 7.5/10
Fredrik Bjørkan กองหลัง เติมเกมช่วยสร้างจังหวะ 8/10
Sondre Fet กองกลาง แอสซิสต์ให้ประตูของฮาวเก้ 8.5/10
Patrick Berg กองกลาง วิ่งไม่มีหมด, เชื่อมเกมดี 8/10
Jens Petter Hauge กองกลาง ยิงสวย, สร้างโอกาสตลอด 9/10
Kasper Høgh กองหน้า เบิล 2 ประตูใน 2 นาที 9.5/10
คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) เพรสหนัก, วินัยดี 8/10

โดยรวมโบโด/กลิมท์มีช่วงที่ครองบอลได้ดี จ่ายบอลขึ้นหน้ามีคุณภาพ และชนะจังหวะดวลสำคัญในแดนกลางหลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขาเล่นได้เข้าทางกับสภาพสนามและอากาศแบบนี้

คะแนนนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสถิติเด่น

นักเตะ ตำแหน่ง ผลงานสำคัญ คะแนน
Gianluigi Donnarumma ผู้รักษาประตู ช่วยไม่ไหวกับ 3 ประตู 6/10
Rico Lewis กองหลัง รับมือสวนกลับลำบาก 5.5/10
Rúben Dias กองหลัง มีจังหวะหลุดให้เห็น 6/10
Joško Gvardiol กองหลัง ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ 6.5/10
Rodri กองกลาง โดนไล่ออก (2 เหลืองใน 53 วินาที) 4/10
Nico O’Reilly กองกลาง แอสซิสต์ให้เชร์กี้ 6.5/10
Rayan Cherki แนวรุก ยิงประตูตีไข่แตก 7/10
Erling Haaland กองหน้า โดนตัดขาดจากเกม, ไม่มีความคม 5.5/10
คนอื่นๆ (เฉลี่ยทีม) ยืนตำแหน่งพลาด, เสียบ่อย 5.8/10

ค่ำคืนนี้ของซิตี้จบลงด้วยความผิดพลาดในเกมรับ แดนกลางหลุดหลังโดนใบแดง และเกมรุกที่ไม่คมพอเมื่อถึงจังหวะต้องการประตู

โปรแกรมต่อไป และภาพรวมในกลุ่ม

ความพ่ายแพ้นัดนี้กระทบโอกาสของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในการจบอันดับท็อป 8 ของลีกเฟส แม้ยังมีลุ้นอยู่ ก่อนกลับไปเล่นในบ้านเจอกาลาตาซาราย

ส่วนโบโด/กลิมท์ ชัยชนะเหนือแมนซิตี้ช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเข้ารอบแบบชัดเจน และตอกย้ำภาพทีมที่พร้อมสู้กับใครก็ได้ ถ้าเกมเข้าทางและทำตามแผนได้ครบ

คืนหนาวในแถบอาร์กติกพิสูจน์อีกครั้งว่า ชื่อเสียงและงบประมาณไม่ได้การันตีผลการแข่งขัน ถ้าความมุ่งมั่น แท็กติก และการจบสกอร์มาพร้อมกันในคืนเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1 ที่ซาน ซิโร, ฟอร์มแกร่งในแชมเปียนส์ลีก

Continue Reading

ฟุตบอล

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

Published

on

Tottenham Hotspur Beat Borussia Dortmund 2-0

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส เปิดบ้านที่ Tottenham Hotspur Stadium เมื่อวันอังคารที่ 20 มกราคม 2026 แล้วเล่นได้ตามแผน ก่อนเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0 ในศึก UEFA Champions League เกมนี้ช่วยลดแรงกดดันให้กุนซือ โธมัส แฟรงก์ ที่ช่วงต้นปี 2026 ผลงานในรายการในประเทศไม่ค่อยนิ่ง

สเปอร์สได้ประตูในครึ่งแรกจาก คริสเตียน โรเมโร และ โดมินิก โซลันกี แถมดอร์ทมุนด์เหลือ 10 คนตั้งแต่กลางครึ่งแรก ทำให้รูปเกมเข้าทางเจ้าถิ่นชัดเจน

สถิติเล่นในบ้านยุโรปยังแรงต่อเนื่อง

ผลนัดนี้ทำให้สเปอร์สยืดสถิติไม่แพ้เกมยุโรปในบ้านเป็น 24 นัดติดต่อกัน และขยับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีของตารางรอบลีกเฟส เพิ่มโอกาสลุ้นตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ก่อนเกมนัดสุดท้าย

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

เปิดเกมมาดุดัน โรเมโรยิงนำตั้งแต่ต้น

เริ่มเกมมา สเปอร์สเพรสสูงและเดินเกมเร็ว ได้จังหวะเข้าทำหลายครั้ง ก่อนปลดล็อกในนาทีที่ 14 จากลูกเตะมุม วิลสัน โอโดแบร์ เปิดบอลอันตรายเข้ามา บอลชุลมุนหน้าประตูแล้วมาเข้าทาง โรเมโร ที่สะกิดด้วยเท้าขวาระยะใกล้เข้าไป

ประตูนี้เป็นลูกแรกของโรเมโรในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ และช่วยให้สเปอร์สเล่นได้มั่นใจขึ้นทันที ครึ่งแรกสเปอร์สกดดันต่อเนื่อง มีโอกาสยิงรวมถึง 11 ครั้ง ขณะที่ดอร์ทมุนด์ยังหาจังหวะจบแบบจริงจังไม่ได้

ใบแดงเปลี่ยนเกม ดอร์ทมุนด์งานหนักกว่าเดิม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นนาทีที่ 26 เมื่อ ดาเนียล สเวนส์สัน กองหลังดอร์ทมุนด์โดนใบแดง จังหวะแรกผู้ตัดสินให้ใบเหลืองจากการฟาวล์ แต่หลังเช็ก VAR ถูกยกระดับเป็นใบแดงจากการเข้าสกัดที่อันตราย

จากนั้นดอร์ทมุนด์ต้องเล่น 10 คนยาวๆ และยิ่งลำบากในการไล่บอล รวมถึงการตั้งเกมจากแดนกลาง

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

โอโดแบร์จ่ายอีกครั้ง โซลันกียิงปิดครึ่งแรก 2-0

ก่อนหมดครึ่งแรก สเปอร์สมาได้ประตูที่สอง โอโดแบร์ทำหน้าที่คนเดิม เปิดบอลเรียดเข้ากรอบเขตโทษให้โซลันกีเข้าชาร์จระยะใกล้ บอลข้ามเส้นเข้าไปเป็น 2-0

นี่เป็นประตูแรกของโซลันกีในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จากการได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในรายการนี้ฤดูกาลนี้ด้วย สกอร์ช่วงพักครึ่งสะท้อนภาพรวมของเกมได้ดี สเปอร์สคุมทุกอย่างไว้หมด

ครึ่งหลังคุมจังหวะ เน้นชัวร์ และมีเซฟสำคัญท้ายเกม

ครึ่งหลังสเปอร์สลดความเสี่ยง เล่นด้วยความนิ่ง เน้นครองบอลและคุมพื้นที่ ไม่เปิดโอกาสให้ดอร์ทมุนด์ได้จบสกอร์ง่ายๆ ทีมเยือนพยายามยิงไกลและเปิดบอลเข้าไปลุ้น แต่ยังไม่ค่อยได้ลุ้นแบบชัดเจน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กูเยลโม วิคาริโอ มีจังหวะโชว์เซฟสำคัญ ปัดลูกโหม่งของ นีโค ชล็อตเทอร์เบ็ค ข้ามคาน ช่วยรักษาคลีนชีตให้ทีม

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

ฟอร์มเด่นรายคน และภาพแท็กติกที่เห็นชัด

โอโดแบร์เป็นคนที่เด่นมากในเกมนี้ ทั้งการวิ่งทำทางและสองแอสซิสต์ โซลันกีได้ประตูที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ส่วนโรเมโรคุมแนวรับได้ดี และเป็นผู้นำในสนามตลอดเกม

ฝั่งดอร์ทมุนด์เสียหายหนักจากใบแดงตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้แผนที่วางไว้ใช้ต่อไม่ได้ และจังหวะเข้าทำที่น้อยเกินไปก็ทำให้ทีมกลับมาไม่ได้

สเปอร์สเก็บชัยสำคัญในแชมเปียนส์ลีก ชนะดอร์ทมุนด์ 2-0

สถิติการแข่งขัน: Tottenham Hotspur vs Borussia Dortmund

สถิติ Tottenham Hotspur Borussia Dortmund
ประตู 2 0
ครองบอล (%) 58 42
ยิงทั้งหมด (ตรงกรอบ) 15 (6) 7 (2)
เตะมุม 7 3
ฟาวล์ 10 14
ใบเหลือง 2 3
ใบแดง 0 1
ความแม่นยำการจ่าย (%) 88 82

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นค่าประมาณจากรายงานและการวิเคราะห์ของแหล่งข่าว เช่น ESPN, UEFA และอัปเดตจากสโมสรท็อตแนม

สถานการณ์หลังเกม และสิ่งที่ต้องตามต่อ

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ท็อตแนมอยู่ในจุดที่ดีมากก่อนเกมนัดสุดท้ายของรอบลีกเฟส หากเก็บชัยได้อีกก็มีลุ้นปิดงานการันตีการเข้ารอบน็อกเอาต์ ส่วนดอร์ทมุนด์ต้องเจอสถานการณ์กดดันขึ้น และอาจต้องลุ้นผลคู่อื่นควบคู่ไปด้วย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1 ที่ซาน ซิโร, ฟอร์มแกร่งในแชมเปียนส์ลีก

Continue Reading

ฟุตบอล

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

Published

on

เรอัล โซเซียดาด 2-1 บาร์เซโลนา

ซาน เซบาสเตียน, 18 มกราคม 2026, เกมลาลีกาคืนวันอาทิตย์ที่เรอาเล อารีนา (สนามเดิมที่หลายคนคุ้นในชื่ออาโนเอต้า) กลายเป็นคืนของเรอัล โซเซียดัด หลังเปิดบ้านล้มบาร์เซโลน่า 2-1 แบบหักปากกาเซียน ผลนี้ทำให้ทีมของฮันซี่ ฟลิค หยุดสถิติชนะรวด 11 นัดรวมทุกรายการ และทำให้การลุ้นแชมป์กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยบาร์ซ่ายังนำเรอัล มาดริดแค่ 1 แต้มบนหัวตาราง

เกมนี้มีครบทั้งประตูถูกริบ, VAR เข้ามามีบทบาทหลายจังหวะ, เซฟสำคัญของผู้รักษาประตู, ใบแดงช่วงท้าย และสกอร์ที่เปลี่ยนเร็วในครึ่งหลัง โซเซียดัดอาศัยความแข็งแกร่งในบ้านเก็บ 3 แต้มสำคัญ และเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่พวกเขาเอาชนะทีมจากคาตาลันในลีก ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

ครึ่งแรกวุ่นตั้งแต่ต้น, โอยาร์ซาบัลซัดนำแบบสวนเกม

เริ่มเกมมาเป็นบอลเปิดหน้าแลกกันทันที บาร์เซโลน่าครองบอลมากกว่า แต่เจอธงล้ำหน้าขัดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกมีถึง 3 ประตูของบาร์ซ่าที่ถูกจับล้ำหน้า ได้แก่ เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง และ ลามีน ยามาล

ยังมีจังหวะที่บาร์ซ่าเกือบได้จุดโทษด้วย หลังยามาลล้มลงจากการปะทะกับ อิกอร์ ซูเบลเดีย แต่ VAR ตรวจแล้วเปลี่ยนคำตัดสิน กลายเป็นไม่ได้จุดโทษ

จากนั้นโซเซียดัดฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับ ในนาทีที่ 32 มิเกล โอยาร์ซาบัล กัปตันทีมเข้าชาร์จแบบวอลเลย์จากลูกเปิดแม่นๆ ของ กอนซาโล่ เกเดส ส่งบอลผ่านมือ โจน การ์เซีย ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 เสียงเชียร์ในสนามดังลั่นทันที

ก่อนหมดครึ่งแรก บาร์เซโลน่าพยายามเร่งเกมเพื่อเอาคืน แต่ อเล็กซ์ เรมิโร่ ยืนตำแหน่งดี และป้องกันจังหวะสำคัญไว้ได้หลายครั้ง ทำให้โซเซียดัดยังนำอยู่เมื่อจบ 45 นาทีแรก

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

แรชฟอร์ดตีเสมอ, เกเดสตอบโต้ทันควัน

ครึ่งหลังยังคุมอารมณ์ยากเหมือนเดิม บาร์เซโลน่าได้โอกาสต่อเนื่อง ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสาไปถึง 2 ครั้ง เรมิโร่ยังเซฟช่วยทีมไว้หลายจังหวะ ส่วนฌูลส์ กุนเด้ก็พลาดโอกาสทองจากลูกโหม่งที่ไปชนคาน

ฟลิคแก้เกมด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมา และการเปลี่ยนตัวนี้เห็นผลทันที นาทีที่ 70 แรชฟอร์ดขึ้นโหม่งจบสกอร์จากบอลที่ลามีน ยามาลแทงมาอย่างแม่นยำ ทำให้บาร์ซ่าตามตีเสมอ 1-1

แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน แทบจะทันทีในจังหวะถัดมา โซเซียดัดสวนกลับเร็วและจบอย่างเด็ดขาด กอนซาโล่ เกเดส ซัดผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป กลายเป็นประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 71

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

ช่วงท้ายเดือด, โซเซียดัดเหลือ 10 คนแต่เอาอยู่

ท้ายเกมบาร์เซโลน่าโหมบุกหนักเพื่อเอาประตูตีเสมออีกครั้ง แล้วสถานการณ์ยิ่งตึงขึ้นในนาทีที่ 88 เมื่อคาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลช้าและหนักใส่เปดรี ทำให้โซเซียดัดต้องเล่น 10 คนในช่วงเวลาสำคัญ

ทดเจ็บยาวถึง 9 นาที บาร์ซ่ากดดันแบบต่อเนื่อง แต่แนวรับเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์หลายครั้ง เรมิโร่ยังเหนียวเหมือนเดิม รวมถึงจังหวะสำคัญที่ปฏิเสธโอกาสของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (ตัวสำรอง) ช่วงท้าย สุดท้ายโซเซียดัดปิดเกมได้ เก็บชัยชนะที่แฟนบอลจำไปอีกนาน

ไฮไลต์สำคัญของเกม

  • บาร์เซโลน่ามี 3 ประตูที่ถูกจับล้ำหน้า (เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ลามีน ยามาล)
  • จังหวะจุดโทษของบาร์ซ่าถูก VAR กลับคำตัดสิน
  • ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสา 2 ครั้ง, บาร์ซ่ามีจังหวะชนคานอีกด้วย
  • อเล็กซ์ เรมิโร่โชว์เซฟหลายจังหวะสำคัญ รวมถึงช่วงท้ายเกม
  • สกอร์เปลี่ยนเร็ว, แรชฟอร์ดตีเสมอ (70′), เกเดสยิงนำอีกครั้ง (71′)
  • คาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดง (88′)

เกมนี้สะท้อนความคาดเดายากของลาลีกาได้ชัด บาร์เซโลน่าครองบอลและมีโอกาสมากกว่า แต่จบไม่คมพอ ขณะที่เรอัล โซเซียดัดใช้โอกาสที่มีให้คุ้ม และเล่นเกมรับแบบมีวินัยจนอยู่ครบ 90 นาที

สถิติทีม เรอัล โซเซียดัด

สถิติ ค่า
ครองบอล 38%
ยิงทั้งหมด 9
ยิงเข้ากรอบ 4
เตะมุม 3
ฟาวล์ 14
ใบเหลือง 3
ใบแดง 1
ผ่านบอลสำเร็จ 312

สถิติทีม บาร์เซโลน่า

สถิติ ค่า
ครองบอล 62%
ยิงทั้งหมด 22
ยิงเข้ากรอบ 8
เตะมุม 10
ฟาวล์ 11
ใบเหลือง 2
ใบแดง 0
ผ่านบอลสำเร็จ 568

ความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นการแพ้ในลีกนัดที่ 3 ของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้ พวกเขายังนำเป็นจ่าฝูงด้วย 49 คะแนนจาก 20 นัด ส่วนเรอัล โซเซียดัดได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่ยุโรป

อีกด้านหนึ่ง ผลนี้ทำให้ศึกแย่งแชมป์กลับมาสนุกกว่าเดิม เพราะเรอัล มาดริดไล่มาหายใจรดต้นคอบาร์ซ่าแล้ว แฟนบอลได้เห็นเกมที่ทั้งดุเดือด มีประเด็นถกเถียง และมีจังหวะชี้ชะตาหลายครั้งในคืนเดียว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถล่ม สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด 8-1

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Trending