ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
เบอร์มิงแฮม, อังกฤษ, 4 มกราคม 2026 – อากาศหนาวที่วิลล่า พาร์กไม่ได้ทำให้เกมช้าลงเลย แอสตัน วิลล่าเปิดปีใหม่แบบชัดเจนด้วยฟอร์มที่ดุดัน ไล่ชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้สะท้อนงานโค้ชของอูไน เอเมรี่ได้ดี ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับที่ฟอเรสต์ยังแก้ไม่ตกภายใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต้
ชัยชนะนัดนี้ส่งวิลล่าขยับขึ้นอันดับ 2 ตามอาร์เซน่อลติด ๆ ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ส่วนฟอเรสต์แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน สถานการณ์บนตารางเริ่มน่าห่วงและยังต้องดิ้นหนีโซนตกชั้นต่อไป โอลลี่ วัตกินส์ฉลองการลงเล่นนัดที่ 250 ให้สโมสรด้วยประตูสุดสวย และกัปตันจอห์น แม็คกินน์กดคนเดียวสองเม็ด ทำให้แฟนเจ้าถิ่นได้เห็นความเฉียบขาดที่ทีมต้องมี ถ้าจะไปไกลถึงถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้
วิลล่า พาร์กกลับมาดังกระหึ่ม, เจ้าบ้านคุมเกมอยู่หมัด
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก วิลล่าครองบอลได้มากกว่า ต่อบอลเร็ว และเจาะแนวรับฟอเรสต์ด้วยการจ่ายทะลุและการเติมเกมริมเส้น เอเมรี่พาทีมกลับมาด้วยความสด หลังช่วงเทศกาลที่ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ รวมถึงเกมที่ทำได้แค่เสมอไบรท์ตันแบบน่าหงุดหงิด
แดนกลางของยูริ ตีเลอมันส์, บูบาการ์ กามาร่า และแม็คกินน์เป็นตัวกำหนดจังหวะ พวกเขาบีบพื้นที่เร็ว ทำให้ฟอเรสต์ต่อบอลขึ้นเกมลำบากมาก
ฝั่งทีมเยือนเดินทางมาแบบกดดัน ผลงานลีก 8 นัดหลังสุดชนะได้เพียงเกมเดียว และรอยรั่วเกมรับก็โผล่ให้เห็นตั้งแต่ต้นเกม ผู้รักษาประตูจอห์น วิคเตอร์ที่ย้ายมาช่วงซัมเมอร์จาก Benfica ดูไม่ค่อยนิ่งเวลาโดนบีบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผิดพลาดใหญ่ในครึ่งหลัง แม้ฟอเรสต์จะมีมอร์แกน กิ๊บส์ ไวท์คอยสร้างสรรค์ และมีคริส วู้ดเป็นเป้าหน้า แต่ครึ่งแรกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสจบแบบชัด ๆ มีแค่ยิงไกลหรือจังหวะฝืน ๆ ไม่กี่ครั้ง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาครึ่งแรก วิลล่าได้ประตูที่จุดไฟให้ทั้งสนาม วัตกินส์รับบอลจากการเปิดแม่น ๆ ของเลออน เบลี่ย์ทางขวา ก่อนวอลเลย์เต็มข้อจากแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบที่วิคเตอร์ขยับแทบไม่ทัน เป็นประตูที่ทั้งสวยและสำคัญ พาวิลล่านำตามเกม และเป็นการฉลองนัดที่ 250 ของวัตกินส์แบบสมบูรณ์ เขายิงเป็นประตูที่ 12 ของฤดูกาล ยิ่งตอกย้ำว่าบทบาทของเขาในเกมรุกของเอเมรี่ยังสำคัญมาก ทั้งการจบสกอร์และการไล่เพรส

ครึ่งหลังเดือด, แม็คกินน์เบิ้ลสอง ฟอเรสต์ฮึดได้แค่พักเดียว
กลับมาครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที วิลล่าหนีเป็น 2-0 แม็คกินน์เติมขึ้นมารับบอลทะลุช่องของตีเลอมันส์ ก่อนแปเน้น ๆ ระยะใกล้ผ่านวิคเตอร์เข้าไป เสียงเชียร์ในวิลล่า พาร์กดังสนั่น และนี่เป็นแค่ประตูแรกของเขาในเกมนี้เท่านั้น
ฟอเรสต์ยังไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 61 กิ๊บส์ ไวท์ทำให้ทีมมีความหวังขึ้นมา เขาลากตัดผ่านแนวรับวิลล่า ก่อนปั่นเรียดจากระยะราว 20 หลา บอลโค้งหนีมือไปเสียบมุมล่าง เป็นประตูที่มาจากความสามารถล้วน ๆ และทำให้เกมเหมือนจะกลับมาตึงขึ้นช่วงสั้น ๆ ทีมเยือนเริ่มดันสูงขึ้น ส่งไตโว อโวนิยี่และแอนโธนี่ เอลังก้ามาเพิ่มความเร็วและแรงปะทะในแนวรุก
แต่ความหวังนั้นอยู่ไม่นาน นาทีที่ 73 ฟอเรสต์เสียประตูแบบเจ็บตัว วิคเตอร์ออกมาจะเคลียร์บอลยาว แต่กะจังหวะพลาดและยืนตำแหน่งผิด แม็คกินน์เห็นช่องก่อนชิพจากกลางสนาม บอลลอยข้ามหัวเข้าไปนอนก้นตาข่ายแบบสุดแม่น เสียงแซวจากฝั่งโฮลท์ เอนด์ดังลั่นทันที จังหวะนี้กลายเป็นภาพแทนปัญหาของฟอเรสต์ในช่วงหลังที่พลาดเองบ่อย ทำให้เกมที่อาจกดดันในช่วงท้าย กลายเป็นงานสบายของวิลล่า
ฟอร์มนักเตะ, วัตกินส์คม แม็คกินน์ครบเครื่อง
ฝั่งแอสตัน วิลล่ามีคนเด่นหลายราย วัตกินส์ไม่ได้มีดีแค่ประตู เขาเชื่อมเกมดี พาบอลขึ้นหน้า และวิ่งกดดันแนวรับฟอเรสต์ตลอด แม็คกินน์เป็นหัวใจของทีมแบบชัดเจน ยิง 2 ประตู วิ่งไม่มีหมด และสั่งการเพื่อนร่วมทีมตลอดเกม ส่วนแนวรับอย่างเอซรี่ คอนซ่าและเปา ตอร์เรสช่วยกันปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้ฟอเรสต์มีโอกาสแบบเป็นชิ้นเป็นอันไม่มาก แม้ทีมเยือนจะพยายามเร่งเกมในช่วงท้าย
ด้านน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประตูของกิ๊บส์ ไวท์เป็นจุดสว่างที่หาได้ยากในเกมที่ภาพรวมค่อนข้างแย่ คริส วู้ดสู้ตามสไตล์ แต่แทบไม่ได้บอลดี ๆ ให้จบ ส่วนแนวรับที่มีมูรีโย่คุมอยู่ก็รับแรงกดดันไม่ไหว ขณะที่ความผิดพลาดของวิคเตอร์เป็นจังหวะที่คนจะจำไปอีกนาน แต่ภาพใหญ่กว่านั้นคือทีมเสียประตูง่ายต่อเนื่อง โดยใน 4 นัดที่แพ้ติดกัน พวกเขาโดนยิงรวม 12 ลูก
หลังเกม เอเมรี่พูดถึงทีมในโทนพอใจว่า “เราต้องการชัยชนะเพื่อกลับมาอยู่ในทางของเรา นักเตะแสดงให้เห็นทั้งคุณภาพและทัศนคติ” ส่วนเอสปิริโต ซานโต้ย้ำเรื่องความผิดพลาดว่า “เราพลาดแบบเดิม ๆ ซ้ำอีก เราต้องเรียนรู้ให้เร็ว”

ฟอเรสต์ยังลื่นไถล, สัญญาณอันตรายเริ่มชัด
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฟอเรสต์แพ้ 4 เกมรวด อันดับรูดลงเรื่อย ๆ จากที่เคยพอมีระยะห่าง กลายเป็นต้องมองหลังบ่อยขึ้น การปรับแท็กติกให้เน้นรัดกุมมากขึ้นก็ยังไม่ช่วย แถมบางจังหวะดูยิ่งทำให้ทีมเล่นอึดอัด แฟนบอลส่วนหนึ่งเริ่มไม่พอใจกับรูปเกมที่ระวังมากเกินไป
เมื่อโปรแกรมหนักอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซน่อลรออยู่ ฟอเรสต์ต้องรีบหาทางเรียกฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลกลับมา ไม่อย่างนั้นโอกาสกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิพก็จะใกล้ขึ้นทุกที
ในทางตรงข้าม วิลล่าดูเหมือนได้แรงส่งอีกครั้ง ชัยชนะนี้หยุดช่วงสะดุดเล็ก ๆ และย้ำว่าทีมมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์จริง การผสมระหว่างตัวหลักกับขุมกำลังสำรองก็ทำได้ดี เห็นได้จากตัวสำรองอย่างจอน ดูรานที่ลงมาเพิ่มพลังให้เกมรุก
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก, วิลล่าขึ้นรองจ่าฝูง ฟอเรสต์ยังอยู่โซนล่าง
หลังจบเกมนี้ แอสตัน วิลล่าแซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 นี่คือภาพรวมตารางพรีเมียร์ลีก ณ วันที่ 4 มกราคม 2026:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | +26 | 48 |
| 2 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | +9 | 42 |
| 3 | Manchester City | 19 | 13 | 2 | 4 | 43 | 17 | +26 | 41 |
| 4 | Liverpool | 19 | 10 | 3 | 6 | 30 | 26 | +4 | 33 |
| 5 | Chelsea | 19 | 8 | 6 | 5 | 32 | 21 | +11 | 30 |
| 6 | Manchester United | 19 | 8 | 6 | 5 | 33 | 29 | +4 | 30 |
| … | … | … | … | … | … | … | … | … | … |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 22 | 38 | -16 | 18 |
วิลล่าขยับขึ้นมาบีบอาร์เซน่อลต่อ แม้แต้มยังห่างอยู่ และวิลล่าแข่งมากกว่าซิตี้ 1 นัด ส่วนฟอเรสต์ยังรั้งอันดับ 17 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นไม่มาก และยังมีทีมอย่างเวสต์แฮม, วูล์ฟส์ และคริสตัล พาเลซไล่กดดันอยู่ใกล้ ๆ ผลต่างประตูได้เสียติดลบก็ย้ำชัดว่าปัญหาใหญ่คือเกมรับที่เสียประตูเยอะ
โปรแกรมข้างหน้า, วิลล่ามั่นใจขึ้น ฟอเรสต์ต้องรีบแก้เกม
พรีเมียร์ลีกยังเดินต่อแบบไม่พัก วิลล่าจะไปเยือนแอนฟิลด์ในเกมที่น่าจับตา และด้วยฟอร์มแบบนี้พวกเขาน่าจะลงเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น
ด้านฟอเรสต์ เสียงเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากผลยังไม่ดีขึ้น เรื่องการเสริมทัพในเดือนมกราคมหรือความเปลี่ยนแปลงในทีมย่อมถูกพูดถึงมากขึ้น
เกมนี้เหมือนสรุปภาพของสองทีมในซีซั่นนี้ได้ชัด วิลล่าเดินหน้าด้วยความทะเยอทะยาน ส่วนฟอเรสต์ยังต้องสู้กับปัญหาของตัวเอง เอเมรี่พาทีมเก็บสามแต้มสำคัญได้ตามแผน ขณะที่เอสปิริโต ซานโต้มีงานหนักรออยู่ในการพาทีมกลับมาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้อีกปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลี ยองแร ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลแล้วในวัย 39 ปี
ฟุตบอล
ขุนค้อนเฮลั่น, โบเวนเหมาสองพาเวสต์แฮมแซงชนะฟอเรสต์ 2-1 แบบดราม่า
ลอนดอน สเตเดียม, 6 มกราคม 2026 เวสต์แฮม ยูไนเต็ดได้สามแต้มสำคัญในศึกหนีตกชั้น หลังเปิดบ้านชนะน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2-1 เกมที่กดดันตั้งแต่นาทีแรก จาร์ร็อด โบเวนสวมบทฮีโร่อีกครั้ง กดสองประตูในครึ่งหลัง พลิกจากตามหลังประตูของเนโก วิลเลียมส์ และส่งขุนค้อนเก็บแต้มล้ำค่าในพรีเมียร์ลีก
เกมนี้ถูกมองว่าเป็นนัดที่ทั้งสองทีมพลาดไม่ได้ เพราะต่างยังอยู่แถวครึ่งล่างของตาราง สุดท้ายทีมของจูเลน โลเปเตกีคุมอารมณ์ได้ดีกว่าในจังหวะสำคัญ ทำสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่อง และขยับหนีโซนอันตรายขึ้นมา ส่วนฟอเรสต์ของนูโน เอสปิริโต ซานโตยังแกว่งต่อ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้สถานการณ์น่าห่วง และต้องหันกลับไปมองท้ายตารางแบบไม่สบายใจ

ไฮไลต์สำคัญ, ครึ่งหลังเดือดจนเกมเปลี่ยน
ครึ่งแรกค่อนข้างอึดอัด ทั้งสองทีมเล่นแบบระวังตัว เพราะรู้ดีว่าความผิดพลาดเล็กๆ อาจเปลี่ยนเกมได้ ฟอเรสต์มีจังหวะน่ากลัวจากความเร็วของแอนโทนี เอลังกาทางริมเส้น จนบังคับให้อัลฟงส์ อเรโอลาต้องออกแรงเซฟ ส่วนโอกาสจะแจ้งของเวสต์แฮมมาอยู่ที่โมฮัมเหม็ด คูดุส ที่ปั่นด้วยซ้ายเกือบเสียบเสา หลังทำชิ่งสวยๆ กับลูคัส ปาเกตา แต่บอลเฉี่ยวออกไปนิดเดียว
ฟอเรสต์ขึ้นนำในนาทีที่ 52 เมื่อเนโก วิลเลียมส์เติมเกมจากแบ็กขวา แล้วหลุดไปรับบอลแทงทะลุช่องจากมอร์แกน กิ๊บส์ ไวต์ ก่อนยิงผ่านอเรโอลาเข้าไปอย่างเยือกเย็น เสียงเชียร์จากแฟนทีมเยือนดังสนั่น และทำให้เจ้าถิ่นต้องเร่งเกมทันที
เวสต์แฮมตอบสนองได้ดี ไม่นานหลังจากนั้น คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ที่เล่นเด่นตลอด มีจังหวะส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน อย่างไรก็ตาม ขุนค้อนไม่หลุดโฟกัส และตีเสมอได้ในนาทีที่ 68 ปาเกตาจ่ายบอลทะลุแนวรับให้โบเวนในเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวยิงเรียดเข้ามุมแบบไม่พลาด นับเป็นประตูที่ 10 ของเขาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
จังหวะพลิกแซงเกิดขึ้นอีก 12 นาทีต่อมา โบเวนพยายามบี้ต่อเนื่องจนเรียกจุดโทษได้ หลังโดนมูริลโลทำฟาวล์ในเขตโทษ โบเวนลุกขึ้นมารับหน้าที่ยิงเอง และสังหารเข้าไปด้วยความมั่นใจ ส่งมัตซ์ เซลส์พุ่งผิดทาง ลอนดอน สเตเดียมเดือดทันที
ท้ายเกมฟอเรสต์บุกหนัก คริส วูดขึ้นโหม่งได้ลุ้นแต่ข้ามคาน เวสต์แฮมยังยืนระยะได้ดี ปิดเกมคว้าชัย 2-1 แบบสมราคา

โบเวนเด่นสุด, แบกเกมรุกเวสต์แฮมเต็มตัว
โบเวนคือผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมนี้แบบไม่ต้องเถียง สองประตูทำให้เขายิงแตะเลขสองหลักในซีซัน และยังเป็นคนที่ทำให้เกมรุกของเวสต์แฮมมีทางออกเสมอ หลังจบเกม โบเวนพูดกับสื่อว่า “มันใหญ่สำหรับเรา เรารู้ว่าคู่นี้สำคัญแค่ไหน แฟนๆ สุดยอดมาก และเราสู้เพื่อพวกเขา”
ฝั่งฟอเรสต์ กิ๊บส์ ไวต์ทำผลงานดีในแดนกลาง แต่ทีมยังขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย นูโนยอมรับหลังเกมว่า “เราเริ่มได้ดี แต่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูเพิ่มไม่ได้ ต้องให้เครดิตเวสต์แฮม พวกเขาฉวยโอกาสได้”

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด (โฟกัสหัวตารางและท้ายตาราง)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Liverpool | 20 | 15 | 3 | 2 | 48 | 18 | +30 | 48 |
| 2 | Arsenal | 20 | 13 | 5 | 2 | 42 | 20 | +22 | 44 |
| 3 | Manchester City | 20 | 12 | 4 | 4 | 38 | 22 | +16 | 40 |
| … | … | … | … | … | … | … | … | … | … |
| 15 | Nottingham Forest | 21 | 6 | 5 | 10 | 25 | 32 | -7 | 23 |
| 16 | West Ham United | 21 | 6 | 4 | 11 | 28 | 37 | -9 | 22 |
| 17 | Everton | 20 | 5 | 6 | 9 | 20 | 28 | -8 | 21 |
| 18 | Wolverhampton | 20 | 4 | 5 | 11 | 22 | 35 | -13 | 17 |
| 19 | Burnley | 20 | 3 | 6 | 11 | 18 | 36 | -18 | 15 |
| 20 | Sunderland | 20 | 2 | 7 | 11 | 15 | 34 | -19 | 13 |
(ตารางคะแนนโดยประมาณ ณ 7 มกราคม 2026, ชัยชนะนัดนี้ทำให้เวสต์แฮมขึ้นมาอยู่อันดับ 16 ส่วนฟอเรสต์อยู่ที่ 15)
ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: ชนะ แพ้ เสมอ แพ้ ชนะ เสมอ
(สามแต้มล่าสุดช่วยเพิ่มความมั่นใจในการหนีตกชั้น)
น็อตติงแฮมฟอเรสต์: แพ้ แพ้ เสมอ ชนะ แพ้ แพ้
(ไม่ชนะมา 4 นัด ความกดดันเริ่มเพิ่มขึ้น)
ผลนี้ส่งผลยังไงต่อการหนีตกชั้น
ชัยชนะทำให้เวสต์แฮมมีแต้มไล่ทันโซนปลอดภัย และเริ่มหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ฟอเรสต์ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และต้องรีบเก็บแต้มให้ได้ เพราะโปรแกรมถัดไปไม่ง่าย เวสต์แฮมมีคิวไปเยือนท็อตแนม ส่วนฟอเรสต์ต้องเปิดบ้านรับอาร์เซนอล
ฤดูกาลนี้กลุ่มท้ายตารางยังเบียดกันแน่น เกมแบบนี้จึงมีน้ำหนักมาก และสำหรับขุนค้อน คืนนี้ชื่อของโบเวนคือคนที่ช่วยต่อชีวิตทีมไว้ได้อีกครั้ง การหนีตกชั้นยังไม่จบ แต่สามแต้มนี้มีความหมายมากจริงๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1 ในเกมสุดดุเดือดที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม
ฟุตบอล
เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-1 ในเกมสุดดุเดือดที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม
เลสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มสำคัญในศึกแชมเปียนชิป หลังเปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 เมื่อคืนวันจันทร์ จากประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ Stephy Mavididi ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ “จิ้งจอกสยาม” ขยับหนีโซนลุ้นหนีตกชั้นได้มากขึ้น ส่วน “เดอะ แบ็กกีส์” ยังเจอฝันร้ายเกมเยือนต่อเนื่อง ทำสถิติแพ้นอกบ้านยืดออกไปอีก
ก่อนแข่ง เกมนี้ถูกมองว่าเป็นดาร์บี้ของทีมโซนกลางตารางจากมิดแลนด์ส และทั้งสองทีมต่างต้องการแต้ม หลังเริ่มต้นปี 2026 ได้ไม่สวย เลสเตอร์เพิ่งโดน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถล่ม 3-1 ในวันปีใหม่ จึงต้องการคืนฟอร์มต่อหน้าแฟนๆ ขณะที่เวสต์บรอมมาด้วยสถิติแพ้เกมเยือนติดกัน 9 นัด ซึ่งแย่สุดในรอบกว่า 50 ปี แถมเพิ่งแพ้ สวอนซี 0-1 มาอีก

ออกนำเร็วช่วยให้เลสเตอร์เล่นง่ายขึ้น
เลสเตอร์เปิดเกมได้คึกคัก ไล่เพรสสูงและเจาะช่องว่างแนวรับทีมเยือน จังหวะขึ้นนำเกิดในนาทีที่ 18 เมื่อ Jordan James มิดฟิลด์ชาวเวลส์ฉวยโอกาสจากบอลตกในเขตโทษ ก่อนซัดเรียดผ่านมือ Josh Griffiths ส่งเจ้าถิ่นออกนำ 1-0 แบบสมควรได้ ประตูนี้ทำให้บรรยากาศในสนามผ่อนคลายลงทันที และ James ก็ฉลองต่อหน้าแฟนบอลแบบเต็มอารมณ์
หลังจากนั้นเลสเตอร์ครองบอลได้มากกว่า สร้างจังหวะลุ้นจากริมเส้นของ Abdul Fatawu และ Jeremy Monga เป็นระยะๆ ส่วน Jordan Ayew ที่ยืนหน้าเป้าเล่นงานแนวรับทีมเยือนตลอด จนบังคับให้ Griffiths ต้องออกแรงเซฟสำคัญก่อนหมดครึ่งแรก
เวสต์บรอมในช่วงนี้ดูพยายามตั้งรับให้แน่นตามที่ Ryan Mason ต้องการ แต่เกมรุกยังไม่คม Aune Selland Heggebø ที่ยืนเป็นหน้าเดี่ยวค่อนข้างโดดเดี่ยว ทำให้ทีมได้แค่ยิงไกลแบบพอเป็นพิธี

เวสต์บรอมตีเสมอจากลูกนิ่ง ท่ามกลางเสียงโวย
ครึ่งหลังเวสต์บรอมออกมาเปลี่ยนอารมณ์เกมได้ชัดเจน พยายามกดเลสเตอร์ให้ถอยต่ำ และฉวยจุดเปราะบางในแนวรับเจ้าบ้าน จนได้ประตูตีเสมอช่วงกลางครึ่งหลังจากลูกตั้งเตะ บอลเปิดของ Alex Mowatt ไปถึงเสาสอง ก่อนมีผู้เล่นเวสต์บรอมเข้ามาโหม่งเช็ดเข้าประตูแบบชุลมุน รายงานหลายแหล่งระบุว่าเป็น Nathaniel Phillips ที่ได้สัมผัสบอลสุดท้าย ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นเลสเตอร์ที่มองว่า Jakub Stolarczyk โดนทำฟาวล์
หลังตีเสมอ เวสต์บรอมกลับเป็นฝ่ายดูมีโอกาสชนะมากกว่า และ Stolarczyk กลายเป็นคนที่ช่วยเลสเตอร์เอาไว้หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะเซฟต่อเนื่องที่ปฏิเสธโอกาสของ Karlan Grant และ Michael Johnston ทำให้เจ้าถิ่นยังยื้อสกอร์ไว้ได้ ขณะที่แฟนทีมเยือนเริ่มมีความหวังว่าจะได้แต้มเกมเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
Mavididi ปิดบัญชีช่วงทดเจ็บ พาเจ้าถิ่นเฮลั่น
เวลาค่อยๆ เดินเข้าสู่ช่วงทดเวลา หลายคนเริ่มคิดว่าเกมน่าจะจบที่ผลเสมอ ซึ่งไม่ได้ช่วยใครมากนัก แต่แล้วในนาทีที่ 90+4 เลสเตอร์ได้สวนกลับแบบแทบจะเป็นโอกาสชัดครั้งสุดท้าย Stephy Mavididi ที่ลงมาเป็นตัวสำรองรับบอลทางซ้าย ลากตัดเข้าด้านใน ก่อนปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด ส่งคิง เพาเวอร์ ระเบิดเสียงเฮ และทำให้เลสเตอร์ชนะ 2-1 แบบสุดดราม่า
ประตูนี้เจ็บสำหรับเวสต์บรอม เพราะพวกเขาคุมเกมได้หลายช่วง และกำลังจะหยุดสถิติแย่ๆ ได้สักที สุดท้ายกลายเป็นแพ้เกมเยือนติดกัน 10 นัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแบบหาได้ยากในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วนฝั่ง Martí Cifuentes ก็ได้หายใจโล่งขึ้น หลังโดนกดดันจากผลงานก่อนหน้า
หลังเกม Cifuentes พูดถึงลูกทีมว่า “เกมอาจไม่สวย แต่เราสู้กันดี ประตูท้ายเกมอาจช่วยเปลี่ยนโมเมนตัมของเราได้” ขณะที่ Ryan Mason บอกด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า “เราเล่นดีแต่ไม่ได้อะไรเลย ทุกคนเจ็บปวด แต่เราต้องไปต่อ”
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- 18′: Jordan James ยิงให้เลสเตอร์นำ 1-0 จากจังหวะเก็บตกในเขตโทษ
- กลางครึ่งหลัง: เวสต์บรอมตีเสมอจากลูกนิ่งแบบชุลมุน
- ช่วงท้ายเกม: Stolarczyk เซฟสองจังหวะสำคัญ ช่วยเลสเตอร์รอดพ้นประตู
- 90’+4′: Stephy Mavididi ปั่นโค้งเสียบเสาไกลเป็นประตูชัย
- ผู้ชม: ราว 30,000 คน, แฟนทีมเยือนตามมาเชียร์เสียงดังแม้ผลจะไม่เป็นใจ
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้เลสเตอร์ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มกลางตารางฝั่งบน และพอมีพื้นที่หายใจมากขึ้น ส่วนเวสต์บรอมยังวนอยู่แถวล่างตาราง และคำถามเรื่องฟอร์มเกมเยือนก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ

อันดับแชมเปียนชิป (บางทีม) ณ วันที่ 5 มกราคม 2026
Leicester City
อันดับ: 12
แข่ง: ประมาณ 25-26 นัด
แต้ม: 37 (ตัวเลขก่อนแข่ง, ชนะเพิ่มอีก 3 แต้ม)
ได้: ประมาณ 37
เสีย: ประมาณ 38
West Bromwich Albion
อันดับ: 18
แข่ง: ประมาณ 25-26 นัด
แต้ม: 31
ได้: ประมาณ 29
เสีย: ประมาณ 35
(หมายเหตุ: อันดับและตัวเลขเป็นข้อมูลก่อนแข่ง เลสเตอร์จะขยับขึ้นหลังเก็บชัยชนะ ส่วนเวสต์บรอมมีแนวโน้มถอยลง)
เกมนี้สะท้อนความไม่แน่นอนของแชมเปียนชิปได้ชัดเจน เพราะไม่กี่วินาทีสุดท้ายอาจเปลี่ยนทั้งผลการแข่งขันและความมั่นใจของทีมได้ สำหรับเลสเตอร์ นี่คือก้าวที่ดีขึ้น ส่วนเวสต์บรอมยังต้องหาคำตอบเรื่องเกมเยือนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ดราม่าที่คราเวนคอตเทจ ฟูแล่ม 2-2 ลิเวอร์พูล
ฟุตบอล
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ประกาศการกลับมาของ ธนวัฒน์ พิมพ์พโยธา
กรุงเทพฯ – บีจีเอ ปทุม ยูไนเต็ด ดึงตัวแบ็กซ้าย ธนวัฒน์ พิมพโยธา กลับมาที่ True BG Stadium หลังหมดสัญญายืมตัวกับ Singha Chiangrai United เรียบร้อยแล้ว ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับ North Bangkok University ในไทยลีก 3
ปี 2024 “เดอะ แรบบิทส์” เซ็นสัญญาคว้าตัวเขาเข้าทีม ก่อนปล่อยให้เชียงรายยืมใช้งานตั้งแต่ช่วงเริ่มฤดูกาล 2024/25 ล่าสุด “เจ้าโจ” กลับมาเป็นตัวเลือกของ BG Pathum United อีกครั้ง เพื่อเตรียมทีมสำหรับครึ่งหลังของศึกไทยลีก ฤดูกาล 2025/26
โปรไฟล์ ธนวัฒน์ พิมพโยธา
ธนวัฒน์ พิมพโยธา เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวไทย เกิดวันที่ 24 ตุลาคม 2000 ปัจจุบันอายุ 25 ปี (ณ ปี 2026) สูง 1.82 เมตร เล่นตำแหน่งหลักเป็นแบ็กซ้าย ถนัดเท้าซ้าย
เขาเริ่มถูกจับตามองจากผลงานในลีกรองของไทย โดยลงเล่นให้ North Bangkok University ในไทยลีก 3 (โซนกรุงเทพฯ) และมีส่วนช่วยทีมคว้ารองแชมป์ฤดูกาล 2023–24 อีกทั้งยังช่วยทีมจบรองแชมป์รายการ 2024 Chang U Champions Cup ในบทบาทเซ็นเตอร์แบ็กด้วย
ฟอร์มที่สม่ำเสมอทำให้เขาได้โอกาสก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุด ช่วงเดือนกรกฎาคม 2024 เขาย้ายไปร่วมทีม Singha Chiangrai United ในไทยลีก 1 ด้วยสัญญาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และยังค่อยๆ พัฒนาตัวเองในฐานะแนวรับที่เล่นได้หลายตำแหน่งในแผงหลัง
โดยภาพรวม ธนวัฒน์ถูกมองเป็นดาวรุ่งที่น่าติดตามของฟุตบอลไทย จุดเด่นคือเกมรับแน่น และปรับบทบาทได้ตามแท็กติกของทีม

ภาพรวม BG Pathum United F.C. (มกราคม 2026)
BG Pathum United หรือ “เดอะ แรบบิทส์” เป็นสโมสรอาชีพจากจังหวัดปทุมธานี ลงแข่งในไทยลีก 1 และผลงานซีซันนี้ดูดีต่อเนื่อง
อันดับปัจจุบัน (ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้:เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Buriram United | 13 | 11 | 1 | 1 | 36:15 | 34 |
| 2 | Port FC | 14 | 8 | 3 | 3 | 25:8 | 27 |
| 3 | BG Pathum United | – | – | – | – | – | – |
| 4 | Ratchaburi FC | 13 | 8 | 2 | 3 | 20:9 | 26 |
| 5 | Bangkok United | – | – | – | – | – | – |
หมายเหตุ: BG Pathum United อยู่ที่อันดับ 3 ช่วงกลางฤดูกาล ฟอร์มโดยรวมแข็งแรง แต่ข้อมูลตัวเลขเต็มยังไม่ระบุในตารางนี้
ไฮไลต์ขุมกำลัง (ฤดูกาล 2025/26)
ขุมกำลังของ BG Pathum United ผสมระหว่างแข้งไทยและนักเตะต่างชาติ ทีมมีผู้เล่นราว 36 ถึง 40 คน และมีต่างชาติประมาณ 11 คน รายชื่อที่น่าสนใจมีดังนี้
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | สัญชาติ | หมายเหตุ/มูลค่าประเมิน |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Saranon Anuin | Thailand | €0.25M |
| กองหลัง | Thitipat Ekarunpong | Thailand | – |
| กองกลาง | Ekaphan Panya (กลับจากยืมตัว) | Thailand | – |
| กองหน้า | Patrik Gustavsson | Sweden | €0.40M |
| กองหน้า | Tomoyuki Doi | Japan | €0.30M |
| กองหน้า | Matheus Fornazari Custódio | Brazil | €0.35M |
| กองหน้า | Ilhan Fandi | Singapore | นักเตะใหม่ |
สโมสรอยู่ภายใต้การบริหารของ BG Sports และใช้ True BG Stadium เป็นสนามเหย้า รองรับแฟนบอลได้ราว 15,000 คน นอกจากไทยลีก 1 ทีมยังลงเล่นใน AFC Champions League Two และฟุตบอลถ้วยในประเทศตลอดฤดูกาลนี้ด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
-
ข่าว1 week agoปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
บันเทิง - Entertainment8 months ago
อังสนาช้างเผือก นักร้องชื่อดังแห่งยุค 80 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 months ago
กรมการปกครองเชียงราย จับกุมผู้ขายน้ำกระท่อมผสมกัญชาขายให้ผู้เยาว์
