ลำพูน – ที่จังหวัดลำพูน ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกหญิงสาวผู้ขับรถในสภาพมึนเมา ชน “น้องอ๊อฟ ธนกฤต วุฒิโรธง” อดีตนักแสดงภาพยนตร์ “16 ห้าว 19 เดือด” จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต หลังครอบครัวต่อสู้คดีมานาน 3 ปี 8 เดือน แต่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยจำนวน 4 ล้านบาทตามคำพิพากษา และไม่เคยได้รับคำขอโทษจากคู่กรณีแม้แต่ครั้งเดียว
ผู้บาดเจ็บในคดีนี้คือ นายธนกฤต วุฒิโรธง หรือ “อ๊อฟ” นักแสดงหนุ่มจากภาพยนตร์ “16 ห้าว 19 เดือด” ที่ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถมอเตอร์ไซค์ บนถนนสายหนึ่งในจังหวัดลำพูน
ขณะเกิดเหตุ รถยนต์ที่หญิงสาวขับในสภาพมึนเมาได้พุ่งชนท้ายมอเตอร์ไซค์ของน้องอ๊อฟอย่างแรง จนศีรษะกระแทกพื้น กะโหลกแตกและร้าว บาดเจ็บสาหัส ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบัน น้องอ๊อฟยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านในห้องปลอดเชื้อ ต้องได้รับการดูแลแบบใกล้ชิดตลอดเวลา เคยต้องนั่งรถกู้ภัยไปตรวจร่างกายที่หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน อำเภอเมืองลำพูน เมื่อเดือนเมษายน 2566 ด้วยสภาพร่างกายที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกา จำคุก 1 ปี เมาแล้วขับชนคนพิการตลอดชีวิต
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ให้ลงโทษจำคุกหญิงสาวผู้ขับรถในขณะมึนเมา เป็นเวลา 1 ปี จากเหตุขับรถชน “อ๊อฟ ธนกฤต” จนกลายเป็นผู้ป่วยทุพพลภาพ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีเพียง “แม่อ้อม” นางสาวดวงกมล วุฒิโรธง มารดาของน้องอ๊อฟ ที่เป็นผู้ดูแลลูกชายเพียงลำพังทั้งกลางวันและกลางคืน
นายเหมวัต อภิวัง ทนายความฝ่ายโจทก์ เปิดเผยหลังออกจากห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดลำพูน ว่า คดีอาญาสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรับโทษจำคุก 1 ปีเต็ม
ส่วนคดีแพ่ง ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวของน้องอ๊อฟเป็นจำนวน 4 ล้านบาท แต่จนถึงปัจจุบัน จำเลยยังไม่เคยจ่ายเงินชดใช้แม้แต่บาทเดียว
ครอบครัวเคยยื่นคำร้องขอสืบทรัพย์เพื่อบังคับคดีแล้ว แต่กระบวนการยังเดินหน้าไม่มาก อย่างไรก็ตาม อายุความการบังคับคดีอยู่ที่ 10 ปี นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ครอบครัวยังคงต้องรอดำเนินการในส่วนนี้ต่อไป

ความรู้สึกของแม่ หลังสู้คดีมานานกว่า 3 ปี
นางสาวดวงกมล หรือแม่อ้อม แม่ของน้องอ๊อฟ เล่าว่า วันนี้ศาลจังหวัดลำพูนได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของลูกชาย หลังจากต่อสู้คดีมานาน 3 ปี 8 เดือน รู้สึกว่าครอบครัวได้รับความยุติธรรมและความเมตตาจากศาลแล้วในระดับหนึ่ง
ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้จำคุก น.ส.ญาสุมิน ผู้ขับรถยนต์ในสภาพเมาแล้วชนท้ายมอเตอร์ไซค์ของน้องอ๊อฟ เป็นเวลา 1 ปี จากการกระทำที่ทำให้ลูกชายต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จนถึงทุกวันนี้
แม่อ้อมเล่าว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่และน้องอ๊อฟเฝ้ารอด้วยความหวัง ว่าจำเลยจะนำเงินมาช่วยเยียวยาบ้าง ไม่ว่าจะจำนวนน้อยหรือมาก เพราะศาลชั้นต้นเคยพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายกว่า 4 ล้านบาท
แต่จนถึงตอนนี้ แม่ยังไม่เคยได้รับเงินแม้แต่สลึงเดียวจากคู่กรณี
สิ่งที่ทำให้แม่เจ็บปวดมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการที่ไม่เคยได้ยินคำว่า “ขอโทษ” จากปากจำเลยเลยสักครั้ง แม่ยอมรับว่า เคยคาดหวังว่าคู่กรณีจะสำนึกผิดและแสดงความเสียใจ แต่วันนี้แม่บอกกับตัวเองว่า จะไม่คาดหวังอะไรจากคนที่ไม่ยอมรับผิดชอบอีกต่อไป

ชีวิตครอบครัวหลังอุบัติเหตุ เปลี่ยนไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม
แม่ของน้องอ๊อฟเล่าต่อว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตของทั้งครอบครัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนต้องทนทุกข์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ลูกชายที่เคยเป็นเสาหลัก หาเงินเลี้ยงครอบครัว กลับต้องมานอนติดเตียงอย่างไม่รู้ว่าจะดีขึ้นเมื่อไร รายได้ที่เคยมีหายไปเกือบหมด แต่ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทุกวันนี้ แม่ต้องอยู่กับลูกชายตลอด 24 ชั่วโมง คอยพลิกตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำ ทำกายภาพ ดูแลความสะอาด และจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ใช้เวลาว่างเพียงเล็กน้อยที่พอจะมี เปิดขายของออนไลน์ผ่านโซเชียล เพื่อหารายได้มารักษาลูกตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ โดยแทบไม่มีใครมาช่วยแบ่งเบาภาระ
ช่องทางช่วยเหลือ “น้องอ๊อฟ ธนกฤต” และครอบครัว
สำหรับคนที่มีจิตศรัทธา หรืออยากช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดูแลน้องอ๊อฟ สามารถสนับสนุนได้ด้วยการอุดหนุนสินค้าที่แม่อ้อมขายผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่
- เพจ Facebook: “แม่น้องอ๊อฟธนกฤต ลำพูน”
- TikTok: “แม่น้องอ๊อฟธนกฤต ลำพูน”
- หรือโทรติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 081-950-9611
ทุกการอุดหนุนและกำลังใจ มีความหมายกับครอบครัวนี้มากในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้
เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2565 ขณะนั้น “น้องอ๊อฟ ธนกฤต วุฒิโรธง” นักแสดงจากภาพยนตร์ “16 ห้าว 19 เดือด” กำลังขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านตามปกติ
จังหวะนั้น รถยนต์ที่หญิงสาวซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเป็นผู้ขับ ได้พุ่งชนท้ายมอเตอร์ไซค์ของน้องอ๊อฟอย่างแรง ทำให้กะโหลกศีรษะแตกและยุบ สมองกระทบกระเทือนรุนแรง ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและเข้ารับการผ่าตัดด่วนทันที
ระหว่างการรักษา แพทย์ต้องผ่าตัดกะโหลกศีรษะของน้องอ๊อฟหลายครั้ง เพื่อประคองอาการและลดความเสี่ยงต่อชีวิต จนในที่สุด แพทย์แนะนำให้ใส่กะโหลกเทียม เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และทำให้การดูแลเป็นไปได้ง่ายขึ้น
นอกจากการผ่าตัดใหญ่หลายครั้ง น้องอ๊อฟยังต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อลีบและข้อยึด แม้วันนี้ยังต้องนอนติดเตียงและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ครอบครัวยังคงดูแลอย่างเต็มที่ ไม่เคยทิ้งความหวังของคนเป็นแม่ ที่อยากเห็นลูกดีขึ้นสักวันหนึ่ง

