ฟุตบอล
อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์เฉือนเชลซี 2-1 กลับขึ้นนำพรีเมียร์ลีกห่าง 5 แต้ม
อาร์เซนอลคว้าชัยในศึกดาร์บี้ลอนดอนเหนือเชลซี 2-1 ที่สนามเอมิเรตส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ผลงานนัดนี้ส่งทีมของมิเกล อาร์เตต้า กลับไปยืนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง พร้อมทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 แต้ม (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) – รับชมไฮไลท์
เกมแมตช์วีค 28 ของพรีเมียร์ลีก 2025/26 นัดนี้ อาร์เซนอลได้ทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีซเต็มๆ เพราะทั้งสองประตูมาจากเตะมุม ขณะเดียวกันแนวรับยังยืนระยะได้ดี แม้เชลซีจะพยายามเร่งเกมในครึ่งหลัง แต่สถานการณ์พลิกชัดเจนเมื่อทีมเยือนเหลือ 10 คน หลังเปโดร เนโต้ถูกไล่ออก
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 21: อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากเตะมุมของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่กาเบรียล มากัลยาเลสจะโหม่งชงต่อ และวิลเลียม ซาลิบาซัดเข้าไป
- นาทีที่ 45+2: เชลซีตีเสมอ 1-1 จากเตะมุมของรีซ เจมส์ โดยเปียโร อินคาเปี้ย (กองหลังอาร์เซนอล) โหม่งผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง
- นาทีที่ 66: จูร์ริเอน ทิมเบอร์โหม่งทำประตูชัย 2-1 จากลูกเตะมุมของเดแคลน ไรซ์ บอลตกใกล้เส้นก่อนเจ้าตัวจะกดเข้าไป
- นาทีที่ 70: เปโดร เนโต้โดนใบแดง หลังรับสองใบเหลืองในช่วงเวลาห่างกันไม่มาก ทำให้เชลซีต้องเล่น 10 คนจนจบ
- ช่วงทดเจ็บ: เดวิด รายาโชว์เซฟสำคัญหลายจังหวะ รวมถึงป้องกันลูกยิงท่ายากของโจเอา เปโดรโก้ และยังมีช็อตที่เลียม เดลัปส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกจับล้ำหน้า
ภาพรวมครึ่งแรก อาร์เซนอลคุมจังหวะได้ดีกว่า และยังหาจังหวะเล่นจากลูกนิ่งได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เชลซีเริ่มเปิดเกมมากขึ้นหลังพักครึ่ง และมีช่วงที่กดดันได้พอสมควร แต่พอเสียคนจากใบแดง รูปเกมก็เข้าทางเจ้าบ้านทันที สุดท้ายชัยชนะนัดนี้ย้ำชัดว่า “ลูกเซ็ตพีซ” คืออาวุธสำคัญของอาร์เซนอลในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
สถิติทีมอาร์เซนอล
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | มิเกล อาร์เตต้า |
| ผลการแข่งขัน | ชนะ 2-1 |
| ประตูที่ทำได้ | 2 (ซาลิบา น.21, ทิมเบอร์ น.66) |
| ผู้ทำประตู | วิลเลียม ซาลิบา, จูร์ริเอน ทิมเบอร์ |
| แอสซิสต์สำคัญ | กาเบรียล (ให้ซาลิบา), เดแคลน ไรซ์ (ให้ทิมเบอร์) |
| การครองบอล | ประมาณ 58% |
| ลูกเตะมุม | 9 |
| การเซฟสำคัญ | เดวิด รายา (หลายครั้งช่วงทดเจ็บ) |
| การเปลี่ยนตัวเด่น | กาเบรียล มาร์ติเนลลี (ลงแทน เลอันโดร ทรอสซาร์ด) |
| จุดเด่น | เซ็ตพีซอันตราย, เกมรับเหนียวแน่น |
นอกจากได้สามแต้ม อาร์เซนอลยังได้ภาพรวมที่น่าพอใจจากแนวรับ โดยเฉพาะซาลิบาและกาเบรียลที่ช่วยกันคุมพื้นที่ได้ดี แถมยังมีส่วนร่วมกับประตูจากลูกนิ่งด้วย
สถิติทีมเชลซี
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | เลียม โรเซนior |
| ผลการแข่งขัน | แพ้ 1-2 |
| ประตูที่ทำได้ | 1 (อินคาเปี้ย OG น.45+2) |
| ผู้ทำประตู | เปียโร อินคาเปี้ย (OG) |
| การครองบอล | ประมาณ 42% |
| ลูกเตะมุม | 5 |
| ใบเหลือง/ใบแดง | เปโดร เนโต้ ใบแดง (น.70), โคล พาลเมอร์, คริสเตียน ฮาโต้, เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ใบเหลือง |
| การเปลี่ยนตัวเด่น | เลียม เดลัป และโจเอา เปโดรโก้ (เกือบตีเสมอช่วงทดเจ็บ) |
| จุดเด่น | โต้กลับเร็วในครึ่งหลัง |
| จุดอ่อน | วินัยเกมรับและอารมณ์ในสนาม, เสียประตูจากเซ็ตพีซ |
เชลซีมีช่วงที่ทำได้ดี โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนสปีดเกมในครึ่งหลัง แต่ปัญหาวินัยยังตามหลอกหลอน ใบแดงของเปโดร เนโต้ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นทันที และยังเป็นใบแดงใบที่ 7 ของทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งผลต่อการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังเกม: อาร์เตต้าชมทีมเรื่องหัวใจ แต่ย้ำห้ามผ่อน
มิเกล อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า ชัยชนะครั้งนี้สำคัญมากในช่วงที่ความกดดันสูง ทีมสู้กันเต็มที่ และจบสกอร์จากเซ็ตพีซได้เด็ดขาด พร้อมย้ำว่าทุกคนต้องรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป หากหวังไปให้ถึงเป้าหมายแชมป์
ด้านเลียม โรเซนior มองว่าเชลซีสร้างโอกาสได้ แต่ใบแดงทำให้แผนทั้งหมดพังลง และทีมต้องรีบจัดการเรื่องวินัยเพื่อเดินหน้าต่อ
จากผลนี้ อาร์เซนอลเก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพิ่งคว้าชัยเหนือ ลีดส์มาก่อนหน้า ทำให้ปืนใหญ่ยังนำเป็นจ่าฝูงด้วยระยะห่าง 5 แต้ม (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) และยังส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมสู้ยาวในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26
นัดถัดไป อาร์เซนอลมีคิวออกไปเยือนในลีก ส่วนเชลซีต้องรีบคืนฟอร์มและเก็บแต้มให้ได้ หากยังอยากอยู่ในเส้นทางลุ้นอันดับท็อปโฟร์
