ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งที่ยิงปืน 4 นัดใส่บ้านนักการเมืองอ้างว่าถูกผีสิง
สมุทรปราการ – ตำรวจสมุทรปราการเร่งไล่กล้องวงจรปิดและแกะรอยรถเก๋ง หลังมีชายบุกเข้าไปยิงปืนภายในบ้านของ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ก่อนขับรถหลบหนี ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การสับสน อ้างมีองค์เทพเข้าสิง
เหตุเกิดช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีโรจนกูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชายบุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงปืนในบ้านพักของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักการเมืองชื่อดัง บริเวณถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงสั่งชุดสายตรวจเข้าตรวจสอบทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ผู้ดูแลบ้านให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ออกไปก่อนตำรวจถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าใช้หลบหนี ก่อนตามไปควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านซอยทรัพย์บุญชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยจัดกำลังมากกว่า 20 นายเพื่อควบคุมสถานการณ์
จากการตรวจค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนแบลงค์กัน 2 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาทราบชื่อ นายพรเทพ อายุ 48 ปี
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ ระหว่างทำแผนผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งและขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ปืนไฟฟ้าและสเปรย์พริกไทยเพื่อระงับเหตุ เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาพูดจาวกวน คล้ายมีอาการมึนเมาสารเสพติด และอ้างว่ามีองค์เทพนาจาเข้าสิง
นายวีระพจน์ วิมลชญากร อายุ 49 ปี ผู้ดูแลบ้าน เล่าว่า ผู้ก่อเหตุขับรถเข้ามาภายในบ้าน โดยบอก รปภ. ว่าได้รับการว่าจ้างจาก “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ให้มาขุดดิน จากนั้นขับเข้ามาจอด ก่อนลงไปไหว้องค์เฮ่งเจียบริเวณลานจอดรถ แล้วเดินเข้าไปในเขตรั้วบ้าน
ผู้ดูแลบ้านระบุว่า เมื่อทักท้วงว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ผู้ก่อเหตุชักปืนยิงขึ้นฟ้า 4 นัด ก่อนปืนเกิดขัดข้อง ผู้ดูแลบ้านจึงเข้าชาร์จและแย่งปืนไว้ได้ แต่ผู้ก่อเหตุหยิบอาวุธอีกกระบอกขึ้นมาจ่อข่มขู่ ผู้ดูแลบ้านอาศัยจังหวะหลบหนี ก่อนผู้ก่อเหตุจะขับรถออกจากพื้นที่ไป
พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ เปิดเผยว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทะเบียนรถ และติดตามเส้นทางหลบหนี จนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางทั้งอาวุธปืนและยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป