ฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2

Published

on

ลอนดอน – เกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่แฟนบอลพูดถึงไปอีกนาน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกจากตามหลัง 0-2 กลับมาแซงชนะจ่าฝูงอาร์เซนอล 3-2 แบบใจหายใจคว่ำ ประตูชัยนาที 87 ของมาเธอุส คุนญ่าเป็นช็อตตัดสินเกม ส่งผลให้ช่องว่างบนหัวตารางของอาร์เซนอลเหลือเพียง 4 แต้ม และทำให้บรรยากาศลุ้นแชมป์กลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง

อาร์เซนอลออกนำสวย, แต่ครึ่งหลังคุมเกมไม่อยู่

ช่วงต้นเกมอาร์เซนอลดูพร้อมเดินหน้าคว้าชัยในบ้านตามสไตล์ของมิเกล อาร์เตต้า พวกเขาครองบอลเยอะ ไล่เพรสสูงจนยูไนเต็ดต่อเกมลำบาก และมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 18 จากจังหวะเปิดบอลแม่นๆ ของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่มิเกล เมริโนจะโหม่งเต็มๆ ส่งแฟนเจ้าถิ่นเฮลั่น

ก่อนหมดครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีไปเป็น 2-0 จากเกมสวนกลับที่มาร์ติน โอเดการ์ดเริ่มจังหวะ แล้วไหลให้เดแคลน ไรซ์กดไกลราว 25 หลา บอลพุ่งเสียบมุมล่างแบบหมดจด ช่วงนั้นยูไนเต็ดแทบหาช่องจบไม่ได้ แดนหลังอาร์เซนอลที่มีวิลเลียม ซาลิบาและกาเบรียล มากัลเญสคุมอยู่ยังแน่นเหมือนเดิม

แต่พอครึ่งหลังเริ่มไปทิศทางเริ่มเปลี่ยน เมื่อไมเคิล คาร์ริคปรับแท็กติกให้ทีมยืนสูงขึ้น และเจาะพื้นที่ริมเส้นได้บ่อยขึ้น

ยูไนเต็ดเร่งเครื่อง, ไล่ตีเสมอจนสนามเงียบ

ประตูไล่มา 2-1 เกิดขึ้นในนาที 58 จากแพทริค ดอร์กู ฟูลแบ็กดาวรุ่งชาวเดนมาร์กที่เพิ่งย้ายมาช่วงซัมเมอร์ เขาเก็บบอลหลุดมาในเขตโทษก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านดาบิด ราย่าแบบแทบไม่มีเวลาเซฟ ประตูนี้ทำให้ยูไนเต็ดกลับมามีความมั่นใจชัดเจน และเริ่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะมากขึ้น

อาร์เซนอลพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว แต่จังหวะของเกมยังไหลไปทางทีมเยือน บรูโน แฟร์นันด์สเกือบตีเสมอได้ทันทีจากระยะใกล้ ทว่าเจ้าตัวยิงออกไปแบบน่าเสียดาย

กระทั่งนาที 72 ยูไนเต็ดได้ประตู 2-2 จากเกมสวนกลับที่ราสมุส ฮอยลุนด์พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้แฟร์นันด์สยิง บอลไปแฉลบก่อนลอยข้ามราย่าเข้าประตู บรรยากาศในเอมิเรตส์เงียบลงทันตา และยูไนเต็ดเริ่มเชื่อว่า 3 แต้มอยู่ไม่ไกล

นาทีของคุนญ่า, ปั่นไกลสุดคมปิดเกม

ช่วงท้ายเกมหลายคนเริ่มคิดว่าอาจจบด้วยผลเสมอ แต่แล้วนาที 87 มาเธอุส คุนญ่าก็สร้างช็อตเด็ดของเกม เขารับบอลแถวระยะประมาณ 30 หลา แตะหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มแรง บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบสุดเอื้อม ราย่าทำได้แค่มอง ส่งแฟนทีมเยือนเฮกันสุดเสียง

อาร์เซนอลโหมบุกในช่วงทดเจ็บ แต่แนวรับยูไนเต็ดที่มีแฮร์รี แม็กไกวร์คุมพื้นที่ยังยืนกันได้ดี จบเกมเป็นชัยชนะสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นการบุกชนะที่เอมิเรตส์ครั้งแรกของทีมตั้งแต่ปี 2020 พร้อมกันนั้นยังเป็นผลที่ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026 เข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังเกม อาร์เตต้ายอมรับว่าทีม “เล่นไม่ถึงมาตรฐานของเรา” และเสียสมาธิในครึ่งหลัง ขณะที่คาร์ริคชมลูกทีมเรื่องความใจสู้ พร้อมบอกว่าทีม “สู้จนวินาทีสุดท้าย นี่คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องทำให้ได้”

ไฮไลต์สำคัญของเกม

  • 18′: เมริโนโหม่งให้อาร์เซนอลนำ จากลูกเปิดของซาก้า
  • 42′: ไรซ์ซัดไกลเสียบมุม หนีเป็น 2-0
  • 58′: ดอร์กูซัดเต็มข้อในเขตโทษ พายูไนเต็ดไล่มา
  • 72′: แฟร์นันด์สยิงแฉลบลอยข้ามราย่า ตีเสมอ 2-2
  • 87′: คุนญ่าซัดไกลเสียบมุมบน กลายเป็นประตูชัย

เกมนี้มีครบทั้งความเข้มข้น จังหวะสวนกลับเร็ว และประตูสวยๆ หลายลูก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ยูไนเต็ดเร่งเกมได้ต่อเนื่อง และจบสกอร์ได้คมกว่าจริงๆ

สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล

สถิติ อาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การครองบอล (%) 62 38
ยิงทั้งหมด 14 12
ยิงเข้ากรอบ 5 6
เตะมุม 8 4
ฟาวล์ 10 13
ใบเหลือง 2 3
จ่ายบอลสำเร็จ 512 298
ค่า Expected Goals (xG) 1.8 2.1

อาร์เซนอลครองเกมมากกว่า แต่จบไม่คมพอ และพลาดช่วงครึ่งหลังจนโดนลงโทษทันที

สถิติการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สถิติ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาร์เซนอล
การครองบอล (%) 38 62
ยิงทั้งหมด 12 14
ยิงเข้ากรอบ 6 5
เตะมุม 4 8
ฟาวล์ 13 10
ใบเหลือง 3 2
จ่ายบอลสำเร็จ 298 512
ค่า Expected Goals (xG) 2.1 1.8

ยูไนเต็ดเน้นจังหวะสวนกลับและจบสกอร์ได้เฉียบกว่า ตัวเลข xG ก็สะท้อนว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพได้ไม่น้อย

ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026

ผลนี้ทำให้สถานการณ์บนหัวตารางตึงขึ้นทันที อาร์เซนอลยังนำอยู่ แต่ระยะห่างเหลือ 4 แต้ม และทีมตามอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับลิเวอร์พูลก็พร้อมฉวยโอกาส ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มแรงส่งและทำให้การขยับเข้าโซนท็อปโฟร์ดูเป็นไปได้มากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมแน่นๆ

เกมที่เอมิเรตส์นัดนี้ชัดเจนว่า ไม่มีเกมไหนง่ายในพรีเมียร์ลีก ต่อให้ขึ้นนำสองลูกก็ยังประมาทไม่ได้ และคืนวันที่ 25 มกราคม 2026 อาร์เซนอลได้บทเรียนเต็มๆ จากการเร่งเครื่องของแมนฯ ยูไนเต็ดในครึ่งหลัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1

Trending

Exit mobile version