ข่าวระดับชาติ - National

ลูกแร้งหิมาลัยวัยอ่อน ถูกพบในสภาพอ่อนแรงที่วังเฉา

Published

on

ตาก – พบแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยวัยเด็ก (แร้งกริฟฟอนหิมาลัย) อพยพหนีหนาว แต่บินต่อไม่ไหว บินโฉบมาเกาะต้นสักหลังบ้านชาวอำเภอวังเจ้า ก่อนจะร่วงลงพื้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยืนยันว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย อยู่ในกลุ่มใกล้ถูกคุกคาม (near-threatened) และเป็นนกหายาก ระดับโลกประเมินว่ามีราว 66,000 ตัว

นายบุญเหลือ ฟั้นเฝือ อายุ 58 ปี ชาวบ้านเลขที่ 126 หมู่ 14 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เล่าว่า ช่วงสุดสัปดาห์เห็นนกขนาดใหญ่กางปีกบินมา เสียงกระพือปีกดังชัด และมีนกกาบินตามไล่ ก่อนนกตัวดังกล่าวจะถลาลงมาเกาะต้นสักหลังบ้านแล้วนิ่งอยู่นาน

เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นนกแร้ง ต่อมานกพลัดตกจากต้นสักลงมานอนอยู่ที่พื้น ไม่ค่อยขยับพักใหญ่ ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาจึงช่วยกันสุนัขไม่ให้เข้าไปทำร้าย

หลังเกิดเหตุ ได้ประสานนายนพรัตน์ มานัต สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังเจ้า (ส.ท.โอ) ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้เชี่ยวชาญ จึงยืนยันว่าเป็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

เบื้องต้นคาดว่านกตัวนี้เป็นวัยเด็ก อาจอพยพหนีหนาวมาจากฝั่งตะวันตกของจีนหรือที่ราบสูงทิเบต และกำลังบินผ่านไทยลงไปทางหมู่เกาะอินโดนีเซีย อาจเป็นการอพยพครั้งแรก ทำให้เหนื่อยล้าระหว่างทางจนหมดแรง

ส.ท.โอได้ประสานให้ นายกมลเทพ อุ่นเมือง นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวังเจ้า นำทีมและอุปกรณ์เข้าช่วยจับนก ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ (ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก) ตำบลป่ามะม่วง อำเภอเมืองตาก เพื่อดูแลรักษาและฟื้นฟู

รายนี้เป็นตัวที่ 3 ในไทยช่วงไม่กี่เดือน

รายงานระบุว่า กรณีที่ตากเป็นการพบ “แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยร่วง” ตัวที่ 3 ในไทยช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

  • ตัวที่ 1 (ลพบุรี) พบแร้งวัยเด็กพลัดหลงในพื้นที่ตำบลห้วยหิน อำเภอชัยบาดาล ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เฝ้าระวังและให้อาหารฟื้นฟู ก่อนนกบินกลับธรรมชาติได้เอง วันที่ 26 ธันวาคม 2568
  • ตัวที่ 2 (สตูล) รายงานพบแร้งวัยเด็กตกในพื้นที่จังหวัดสตูล ช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งรักษาและฟื้นฟูที่หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กำแพงแสน)

ทำไมแร้งหิมาลัยถึงร่วงบ่อยช่วงฤดูหนาว

ข้อมูลที่มีระบุว่า ทุกปีช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม มักพบแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย (บางปีพบแร้งดำหิมาลัยด้วย) บินเข้าและบินผ่านประเทศไทยราว 10-30 ตัว

แร้งจำนวนหนึ่งจะร่อนตามลมหนาวลงสู่อาเซียน ผ่านเมียนมา ไทย กัมพูชา ไปถึงสิงคโปร์ บางตัวหมดแรงร่วงในมาเลเซียและเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เส้นทางที่พบได้บ่อยคือแนวเทือกเขาตะนาวศรี (ส่วนน้อยไปทางอีสาน และมักพบในภาคตะวันออก)

สาเหตุที่ทำให้ร่วงมักเกี่ยวกับอาหารและแรงลม แร้งพึ่งการร่อนและลมช่วยพยุงตัว หากไม่เจอซากสัตว์กิน หรือช่วงนั้นลมหนาวอ่อนลง นกจะบินเองลำบาก เพราะตัวหนักราว 6-12 กิโลกรัม เมื่ออ่อนแรงจึงร่วงลงพื้น บ่อยครั้งเกิดในภาคใต้ เพราะลมหนาวมักอ่อนกำลังลงเมื่อเจอความชื้นจากลมมรสุมในช่วงเดียวกัน

แร้งเป็นสัตว์ป่าหายากและอยู่ภายใต้การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หากพบแร้งบาดเจ็บ พลัดหลง หรือหมดแรง ให้แจ้งสายด่วน 1362 เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือและนำส่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าใกล้พื้นที่เพื่ออนุบาล หากต้องรักษาเฉพาะทางหรือผ่าตัด จะส่งต่อหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อฟื้นฟู ฝึกบิน และปล่อยคืนธรรมชาติช่วงฤดูอพยพกลับขึ้นเหนือราวเดือนเมษายน ในพื้นที่ตามแนวอพยพทางตะวันตกและภาคเหนือ เช่น อช.แม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร และอช.ผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลการติดตามด้วยอุปกรณ์ดาวเทียมตลอด 5 ปี (2564-2568) โดยหน่วยวิจัยนกนักล่าและเวชศาสตร์อนุรักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า แร้งที่ปล่อยคืนธรรมชาติสามารถเดินทางไกลกลับถิ่นกำเนิดในจีนและเขตปกครองตนเองทิเบตได้ และบางตัวสลับพื้นที่อาศัยฤดูร้อนระหว่างมองโกเลียกับจีน

แนวทางช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเจอ “แร้งร่วง”

หากพบแร้งหมดแรง ยกหัวไม่ขึ้น ไม่มีแรงต้านหรือวิ่งหนี สามารถป้อนน้ำเกลืออุ่นได้ โดยใช้น้ำสะอาด 1,000 มล. (ซีซี) ผสมเกลือแกง 9 กรัม ป้อนครั้งละ 50-100 มล. ทุก 3-6 ชั่วโมง

งดป้อนอาหารโดยเด็ดขาด

หลัง 1-2 วัน หากแร้งเริ่มยกหัวได้ สามารถให้เนื้อหมูหรือไก่สดเป็นชิ้นๆ ให้นกกินเองได้ (ไม่จำเป็นต้องเป็นเนื้อเน่า)

ห้ามบังคับป้อนหรือยัดอาหาร โดยเฉพาะสารที่เป็นน้ำมัน หากนกไม่กินเอง เพราะเสี่ยงสำลักเข้าปอดและอาจตายได้

เมื่อนกเริ่มมีแรง ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ หรือแจ้งสายด่วน 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ารับตัวไปดูแลต่อ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

กลุ่มศิลปินเชียงรายขอเชิญชวนประชาชนร่วมสำรวจ “มรดกทางศิลปะล้านนา”

Trending

Exit mobile version