ฟุตบอล
ไบรท์ตันช็อกโอลด์ แทรฟฟอร์ด บุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ศึกเอฟเอ คัพ
โอลด์ แทรฟฟอร์ด, 11 มกราคม 2026, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเจอคืนที่หนักหนาอีกเกม เมื่อ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เล่นอย่างมีวินัยและเด็ดขาด บุกชนะ 2-1 ในเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ รอบสาม ประตูจาก บราจาน กรูดา และลูกยิงสไตล์ถนัดของอดีตแข้งผีแดงอย่าง แดนนี เวลเบ็ค ส่งเจ้าบ้านจอดป้ายตั้งแต่ต้นทางอีกครั้ง และนี่คือการตกรอบสามครั้งแรกของยูไนเต็ดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14
ความพ่ายแพ้นี้ต่อยอดจากช่วงฟอร์มสะดุดของยูไนเต็ด หลังเพิ่งเสมอเบิร์นลีย์ในพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์ และเพิ่งปลดกุนซือรูเบน อโมริมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดย ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ กุนซือชั่วคราวยังพาทีมกลับมาไม่ได้ เพราะไบรท์ตันคุมเกมในสองกรอบเขตโทษได้ดีกว่า ยูไนเต็ดไล่มาในช่วงท้ายจาก เบนจามิน เซสโก แต่ใบแดงช่วงท้ายของตัวสำรอง เชีย เลซีย์ ทำให้โอกาสยิ่งน้อยลง
ผีแดงโดนก่อนตั้งแต่นาที 12
ไบรท์ตันที่ปรับทีมถึง 6 ตำแหน่งจากเกมบุกเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ออกตัวแรงและมาได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 12 จากจังหวะที่จอร์จินิโอ รุตแตร์ขึ้นโหม่งรับบอลเปิดของเวลเบ็ค บอลถูกเคลียร์บนเส้น แต่ กรูดา ตามซ้ำเร็วที่สุด ยิงระยะเผาขนเข้าไป
หลังเสียประตู เสียงในสนามเงียบลงทันที ยูไนเต็ดครองบอลได้เป็นช่วงๆ แต่หาจังหวะจบแบบจะแจ้งไม่มาก เพราะไบรท์ตันยืนทรงแน่น บีบพื้นที่ได้ดี และไม่เปิดช่องง่ายๆ
เวลเบ็คซัดใส่ทีมเก่า เพิ่มความเจ็บปวด
ครึ่งหลังภาพรวมยังคล้ายเดิม เกมไม่ไหลลื่นสำหรับเจ้าบ้าน จนถึงนาทีที่ 64 เวลเบ็คที่เคยอยู่กับยูไนเต็ดและย้ายออกในปี 2014 ได้บอลหน้าเขตโทษ แล้วกดเต็มข้อส่งบอลพุ่งเสียบมุมบนแบบหมดสิทธิ์เซฟ
เวลเบ็คฉลองแบบพอประมาณ แต่ลูกนี้ยิ่งตอกย้ำว่าไบรท์ตันจบได้คมกว่า การโรเตชันของฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ก็เห็นผลชัด เมื่อทีมยังรักษามาตรฐานได้ตลอดเกม
ยูไนเต็ดไล่มาได้ แต่จบไม่ทัน
ยูไนเต็ดเร่งเกมช่วงท้าย และนาทีที่ 85 ได้ประตูตีตื้นจาก เซสโก เมื่อบอลเปิดเข้ามาเข้าทางหัวของกองหน้าสโลวีเนีย ก่อนโขกผ่านผู้รักษาประตูเป็น 2-1
โมเมนตัมเริ่มเข้าทางเจ้าบ้าน และมีช่วงกดดันต่อเนื่อง แต่แล้วนาทีที่ 89 เชีย เลซีย์โดนใบเหลืองที่สองจากการโต้แย้ง หลังมีจังหวะฟาวล์ก่อนหน้า ทำให้ยูไนเต็ดเหลือ 10 คน แม้ยังได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกโหม่งของแฮร์รี แม็กไกวร์ที่ตรงตัวผู้รักษาประตู สุดท้ายไบรท์ตันยังเอาอยู่ คว้าชัยในเอฟเอ คัพ เหนือแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นครั้งแรกจากความพยายาม 7 ครั้ง
ฟอร์มนักเตะเด่น, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ทีมของเฟล็ตเชอร์มีความพยายาม แต่ขาดความคมในจังหวะสุดท้าย สรุปผลงานนักเตะที่น่าสนใจมีดังนี้
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | สถิติหรือหมายเหตุ |
|---|---|---|
| Senne Lammens | ผู้รักษาประตู | เซฟได้หลายครั้ง แต่ต้านสองประตูไม่ไหว |
| Diogo Dalot | แบ็กขวา | เกมรับเจองานหนักทางริมเส้น |
| Lisandro Martinez | เซ็นเตอร์แบ็ก | สู้เต็มที่ แต่มีจังหวะโดนเล่นงาน |
| Ayden Heaven | เซ็นเตอร์แบ็ก | ดาวรุ่งมีแวว แม้ทีมเสียทรงบ่อย |
| Luke Shaw | แบ็กซ้าย | เพรสซิ่งดี แต่มีอิมแพ็กต์ไม่มาก |
| Manuel Ugarte | กองกลาง | วิ่งไม่มีหมด ช่วยคุมแดนกลาง |
| Kobbie Mainoo | กองกลาง | โดนใบเหลือง, มีไอเดียแต่ติดบล็อกหลายครั้ง |
| Matheus Cunha | แนวรุก | สอดวิ่งได้ลุ้น แต่จบไม่ลง |
| Benjamin Sesko | กองหน้า | โขกตีตื้น, เป็นตัวอันตรายตลอดเกม |
ฟอร์มนักเตะเด่น, ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
ไบรท์ตันได้เห็นพลังของขุมกำลังสำรอง หลายคนเล่นได้โดดเด่นในทีมที่มีการหมุนเวียน
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | สถิติหรือหมายเหตุ |
|---|---|---|
| Jason Steele | ผู้รักษาประตู | คุมพื้นที่ดี, เซฟสำคัญช่วงท้าย |
| Jan Paul van Hecke | เซ็นเตอร์แบ็ก | เล่นนิ่ง แม้มีการสลับตัวผู้เล่น |
| Lewis Dunk | เซ็นเตอร์แบ็ก | คุมแนวรับและสั่งการได้ดี |
| Brajan Gruda | กลางรุกหรือแนวรุก | ยิงประตูแรก, ปั่นป่วนแนวรับตลอด |
| Danny Welbeck | กองหน้า | 1 ประตู 1 แอสซิสต์, เล่นงานทีมเก่าได้อยู่หมัด |
| Georginio Rutter | กองหน้า | มีส่วนกับประตูแรก, สร้างปัญหาให้แนวรับยูไนเต็ด |
ผลนี้ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดหมดลุ้นถ้วยในประเทศที่เหลือของฤดูกาล ต้องหันไปโฟกัสพรีเมียร์ลีกเต็มตัว โดยตอนนี้อยู่อันดับ 7 และตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลพอสมควร เกมต่อไปหนักทันที เมื่อมีศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้พบซิตี้ในวันที่ 17 มกราคม
ฝั่งไบรท์ตัน ชัยชนะยิ่งเพิ่มความมั่นใจ จากสถิติช่วงหลังที่ทำได้ดีเวลาเจอยูไนเต็ด (ชนะ 7 จาก 9 นัดหลังสุด) และส่งแรงหนุนก่อนเตะเอฟเอ คัพ รอบสี่ ทีมของเฮือร์เซเลอร์ยังเดินหน้าสร้างผลงานเกินความคาดหมายต่อเนื่อง
ค่ำคืนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดจบลงแบบเงียบๆ พร้อมความกดดันที่ถาโถมมากขึ้น เพราะผลงานที่ตกลงของยูไนเต็ด ยังไม่เห็นทางออกที่ชัดเจนในตอนนี้