บาร์เซโลนาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 3-0 แม้จะพยายามบุกหนักในช่วงท้ายเกมแต่ก็ไม่เพียงพอ

ฟุตบอล

บาร์เซโลนาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 3-0 แม้จะพยายามบุกหนักในช่วงท้ายเกมแต่ก็ไม่เพียงพอ

Published

on

บาร์เซโลนา – คืนวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สนามสปอติฟาย คัมป์ นู ทีมบาร์เซโลนาของ ฮันซี ฟลิค ใส่เต็มตลอด 90 นาที และเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ที่คุมโดย ดิเอโก้ ซีเมโอเน ไป 3-0 ในเกมนัดที่สอง รอบรองชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2025/26

รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ยังไม่ช่วยให้บาร์ซ่ากลับมาได้ เพราะเลกแรกพวกเขาโดนแอตเลติโกบุกถล่ม 4-0 ทำให้สกอร์รวมสองนัด บาร์เซโลนาแพ้ 3-4 และต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบรองฯ แบบน่าเสียดาย ส่วนแอตเลติโก มาดริด ตีตั๋วเข้าชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับจากชุดที่ได้แชมป์ในปี

ภาพรวมเกมที่คัมป์ นู

ตลอดเกมบาร์เซโลนาเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ครองบอลเกือบ 70% และสร้างโอกาสจบสกอร์เป็นชุด โดยยิงเข้ากรอบเกิน 10 ครั้ง แต่ถึงจะกดดันหนักแค่ไหน สุดท้ายก็ไล่ไม่ทันสกอร์รวม ทำให้ความฝันในการทำ “เรมอนตาด้า” ต้องจบลง

  • นาทีที่ 29: มาร์ค เบอร์นัล มิดฟิลด์วัย 18 ปี ยิงให้บาร์เซโลนานำ 1-0 จากจังหวะที่ ลามีน ยามาล แทงทะลุช่องให้หลุดไปกดเข้ามุมแบบไม่พลาด
  • นาทีที่ 45+5: ราฟิญา สังหารจุดโทษเป็น 2-0 หลัง เปดรี้ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ
  • นาทีที่ 72: เบอร์นัล กดประตูที่สองของตัวเอง เป็นประตูที่สามของทีม จากการจ่ายของ โจเอา กันเซโล ทำให้สกอร์รวมขยับมาเหลือ 3-4 และเกมช่วงท้ายตึงมือทันที

ฝั่งแอตเลติโกเลือกเล่นแบบรัดกุม เน้นยืนต่ำและตัดจังหวะในพื้นที่สำคัญ แม้เสียถึงสามลูก แต่ยังปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้ดี โดยเฉพาะช่วง 20 นาทีสุดท้ายที่บาร์เซโลนาบุกหนักมาก ผู้รักษาประตูอย่าง ยาน โอบลัค (หรือบางรายงานระบุว่าเป็นนายทวารสำรอง) มีจังหวะเซฟสำคัญช่วยทีมหลายครั้ง

สถิติสำคัญของบาร์เซโลนา

รายการตัวเลข
ประตูที่ทำได้3
ประตูที่เสีย0
การครองบอล (%)ประมาณ 70%
ยิงทั้งหมด21+
ยิงเข้ากรอบ10+
ผู้ทำประตูมาร์ค เบอร์นัล (2), ราฟิญา (จุดโทษ 1)
ผู้เล่นเด่นมาร์ค เบอร์นัล, ลามีน ยามาล, ราฟิญา, เปดรี้
จุดเปลี่ยนในเกมการปรับแท็กติกและการเปลี่ยนตัวหลายจังหวะ (รวมอาการเจ็บของ บัลเด้ และ กุนเด้)

เกมนี้บาร์ซ่าโชว์เกมรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล ที่ลากพาบอลและสร้างโอกาสได้ตลอด ขณะเดียวกัน มาร์ค เบอร์นัล กลายเป็นตัวชูโรงด้วยสองประตูจากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ทำให้เกมกลับมามีลุ้นจนถึงช่วงท้าย

สถิติสำคัญของแอตเลติโก มาดริด

รายการตัวเลข
ประตูที่ทำได้0
ประตูที่เสีย3
การครองบอล (%)ประมาณ 30%
ยิงทั้งหมดน้อยกว่า 5
ยิงเข้ากรอบมีน้อย
ผู้เล่นเด่นผู้รักษาประตูและแนวรับ (ช่วยกันเซฟและบล็อกหลายจังหวะ), ดิเอโก้ ซีเมโอเน (วางแผนเกม)
การเปลี่ยนตัวปรับเพิ่มเกมรับช่วงท้ายเพื่อประคองสกอร์รวม

แม้เกมรับจะพลาดจนเสียสามประตู แต่แอตเลติโกยังคุมสถานการณ์ได้ตามเป้าหมาย เพราะไม่ยอมเสียเพิ่มในช่วงที่บาร์เซโลนาโหมสุดกำลัง สุดท้ายสกอร์รวมก็ยังพาทีมเข้าชิงได้แบบเฉือนกันหวุดหวิด

คำพูดหลังเกม

ฮันซี ฟลิค ยกย่องลูกทีมหลังจบเกม โดยบอกว่าเขาภูมิใจในความทุ่มเทของทุกคน เพราะทีมสู้จนเกือบทำเรื่องยากให้เกิดขึ้นจริง แม้ตกรอบ แต่เขามองว่านี่เป็นบทเรียนที่ดี และเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับเส้นทางในลีกและแชมเปียนส์ลีก

ด้าน ดิเอโก้ ซีเมโอเน ชี้ว่าเกมแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอในฟุตบอล เพราะทีมทำงานหนักในนัดแรกไว้แล้ว ส่วนเกมที่คัมป์ นู ต้องพึ่งเกมรับและความเหนียวแน่นเพื่อปิดงาน พร้อมกล่าวชื่นชมบาร์เซโลนาที่สู้เต็มที่

แม้บาร์เซโลนาจะจอดป้ายในโคปา เดล เรย์ แต่ฟอร์มในนัดนี้ทำให้เห็นว่าทีมเริ่มลงตัวมากขึ้นภายใต้การคุมของฟลิค และยังมีเป้าหมายให้ลุยต่อทั้งลาลีกาและถ้วยยุโรป

ท้ายที่สุด เกมนี้กลายเป็นอีกคืนที่มีดราม่าของฟุตบอลสเปน บาร์เซโลนาเกือบไล่ทันจนได้ลุ้นสุดตัว แต่เมื่อมองภาพรวมสองนัด แอตเลติโก มาดริด ยังเป็นทีมที่ทำได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายได้ไปต่อในรอบชิงชนะเลิศ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงให้ลิเวอร์พูล 2-1 ด้วยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ที่สนามโมลินิวซ์

Trending

Exit mobile version