ฟุตบอล
แมนฯ ซิตี้ อัดนิวคาสเซิล 3-1 ลิ่วชิงคาราบาว คัพ ดวลอาร์เซนอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ได้อีกครั้ง หลังเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 ในเกมเลกสองรอบรองชนะเลิศ คืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 และเตรียมไปเจอกับอาร์เซนอลที่เวมบลีย์ในเดือนมีนาคมนี้
มาร์มูช เด่นสุด, ซิตี้เร่งตั้งแต่ต้นก่อนคุมเกมสบายครึ่งหลัง
เกมนี้ซิตี้เดินหน้ากดดันทันที และได้ประตูเร็วตั้งแต่นาทีที่ 7 โอมาร์ มาร์มูช ที่ได้ออกสตาร์ตแทนเออร์ลิง ฮาลันด์ ประสานงานกับฟิล โฟเดน แบบจังหวะเดียว ก่อนจบสกอร์จนบอลไปแฉลบดาน เบิร์น แล้วย้อยข้ามมืออารอน แรมส์เดล เข้าไป เจ้าถิ่นนำ 1-0
นิวคาสเซิลพยายามตั้งเกมตอบโต้ มีจังหวะลุ้นจากโจ วิลล็อก แต่ยังไม่คมพอจะเปลี่ยนเป็นประตู จากนั้นซิตี้ยังคุมจังหวะได้ดี และมาหนีห่างในนาทีที่ 29 จากลูกเปิดเข้ามาใกล้เส้นหลัง มาร์มูชขึ้นโหม่งเต็มๆ เป็น 2-0 และสกอร์รวมขยับห่างเป็น 4-0
ความได้เปรียบยิ่งชัดขึ้นอีกในนาทีที่ 32 ติจจานี เรย์น์เดอร์ส สอดมาเก็บบอลจังหวะต่อเนื่องก่อนซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งซิตี้นำ 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก และรวมสองเลกเป็น 5-0 แทบปิดเกมได้ตั้งแต่ตอนนั้น
ครึ่งหลัง นิวคาสเซิลพยายามปรับรูปเกม แต่ซิตี้ลดจังหวะลงและเน้นคุมพื้นที่มากขึ้น ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 62 จากแอนโธนี เอลังกา ที่ลากตัดแนวรับก่อนยิงเข้าไป เป็น 3-1 แต่ก็ไม่ทันการ สุดท้ายแมนฯ ซิตี้ยังปิดเกมได้ตามเป้า
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังได้โอกาสหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่งในช่วงท้ายเกม เพื่อเก็บแรงไว้สำหรับโปรแกรมลีกและรายการอื่นๆ ส่วนฝั่งนิวคาสเซิลในฐานะแชมป์เก่า ต้องยุติเส้นทางที่รอบรองชนะเลิศแบบน่าเสียดาย เพราะเสียประตูเร็วและเสียโมเมนตัมตั้งแต่ต้น
สถิติแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคาราบาว คัพ 2025/26
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| แข่งทั้งหมด | 5 นัด |
| ชนะ | 5 นัด |
| เสมอ | 0 นัด |
| แพ้ | 0 นัด |
| ได้ประตู | 12 ประตู |
| เสียประตู | 2 ประตู |
| ประตูได้-เสีย | +10 |
| คะแนน | 15 |
| เข้าชิง | ใช่ (พบอาร์เซนอล) |
ซิตี้ยังทำผลงานในรายการนี้แบบไร้ที่ติ ไม่แพ้ใครเลย และกำลังเดินหน้าไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 9 หากทำได้จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของทีมในยุคกวาร์ดิโอลา
สถิตินิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในคาราบาว คัพ 2025/26
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| แข่งทั้งหมด | 5 นัด |
| ชนะ | 3 นัด |
| เสมอ | 1 นัด |
| แพ้ | 1 นัด |
| ได้ประตู | 8 ประตู |
| เสียประตู | 6 ประตู |
| ประตูได้-เสีย | +2 |
| ผ่านเข้ารอบรอง | ใช่ |
| เข้าชิง | ไม่ (ตกรอบรอง) |
แม้นิวคาสเซิลจะเป็นแชมป์เก่า แต่เกมเลกสองพลาดตั้งแต่ต้น ทำให้ต้องไล่ตามตลอด และสุดท้ายต้านความแน่นอนของซิตี้ไม่ไหว
กวาร์ดิโอลา ย้ำทุกถ้วยมีความหมาย, เป้าหมายคือไปเวมบลีย์แล้วคว้าแชมป์
หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึงผลงานทีมว่า ครึ่งแรกทำได้ยอดเยี่ยม และประตูเร็วช่วยให้ทีมเล่นตามแผนได้ง่ายขึ้น เขายังชื่นชมผู้เล่นที่สลับกันลงสนาม แต่คุณภาพโดยรวมไม่ตก พร้อมย้ำว่าทุกถ้วยสำคัญ และตอนนี้ทีมพร้อมกลับไปเล่นนัดชิงที่เวมบลีย์อีกครั้ง
รอบชิงชนะเลิศ แมนฯ ซิตี้ จะเจอกับอาร์เซนอล ที่ผ่านเชลซีมาด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-2 เป็นคู่ชิงที่น่าจับตา เพราะมีเรื่องราวของเป๊ป กวาร์ดิโอลา และมิเกล อาร์เตต้า ที่เคยร่วมงานกันมาก่อน
เกมนี้ยังสะท้อนว่าซิตี้เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง และมาร์มูชก็ทำหน้าที่แทนฮาลันด์ได้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะสองประตูในครึ่งแรกที่ทำให้รูปเกมขาดอย่างรวดเร็ว
สรุป
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าชิงคาราบาว คัพ แบบชัดเจน ด้วยชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิล 3-1 และสกอร์รวม 5-1 ต่อไปคือบททดสอบใหญ่ที่เวมบลีย์กับอาร์เซนอล ซึ่งแฟนๆ เรือใบสีฟ้าต่างรอเห็นทีมลุ้นแชมป์สมัยที่ 9 ในรายการนี้อีกครั้ง
