ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับเกมเมอร์ออนไลน์ หลังล่อลวงเด็กหญิง 12 ปีไปกักในคอนโด
กรุงเทพฯ – ตำรวจสืบสวนร่วมกับหลายหน่วยงานช่วยเหลือ เด็กหญิงอายุ 12 ปี ที่หายตัวไป 4 วัน หลังมีข้อมูลว่าเธอถูกล่อลวงผ่านแชตในเกมออนไลน์ จากนั้นถูกกดดันทางจิตใจและพาไปกักไว้ในคอนโด
เจ้าหน้าที่จับกุมชายชาวกรุงเทพฯ อายุ 26 ปี ชื่อ “นรพัทธ์” หรือ “เก่ง” (บางรายงานไม่เปิดเผยนามสกุล) ภายในห้องพักคอนโดชั้น 11 ย่านบางมด เขตทุ่งครุ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาพาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีไปจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองโดยไม่มีเหตุอันควร เพื่อการอนาจาร ส่วนข้อหาอื่น รวมถึงข้อหาที่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ จะพิจารณาเพิ่มเติมตามผลสอบสวนและพยานหลักฐาน
เด็กหญิงเป็นนักเรียนชั้น ป.5 หายตัวไปช่วงเย็นวันที่ 24 มกราคม 2569 เมื่อไม่กลับบ้าน แม่และครอบครัวเป็นห่วงจึงรีบแจ้งความที่ สน.วัดพระยาไกรทันที โดยไม่รอให้ครบ 24 ชั่วโมง
จากการสอบถามและตรวจสอบเบื้องต้น ตำรวจพบจุดที่น่าสงสัยคือการติดต่อทางแชตกับเด็กหยุดลงแบบกะทันหัน ไม่ตรงกับพฤติกรรมปกติ เจ้าหน้าที่จึงเร่งลงพื้นที่หาเบาะแส
ตำรวจไล่กล้องวงจรปิดซ้ำหลายรอบ
วันแรกตำรวจค้นหาบริเวณบ้านและโรงเรียนของเด็ก แต่ยังไม่พบร่องรอยชัดเจน แม้ข่าวแพร่ในโซเชียลทำให้คนช่วยกันจับตา ตำแหน่งของเด็กก็ยังไม่รู้แน่
เมื่อเวลาผ่านไป ทีมสืบสวนกลับไปไล่ภาพกล้องวงจรปิดใกล้พื้นที่เดิมซ้ำหลายครั้ง จนเห็นรายละเอียดสำคัญคือรองเท้าที่ปรากฏในภาพ คล้ายกับรองเท้าของชายที่เพิ่งแอดเด็กเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์
เบาะแสนี้ทำให้ตำรวจขยายเส้นทางออกนอกพื้นที่บ้าน จากภาพกล้องพบรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมีคนซ้อน 3 คน เด็กนั่งตรงกลาง และมีชาย 2 คนร่วมทาง ก่อนขับออกไปจนพ้นมุมกล้อง
คืนวันที่ 29 มกราคม 2569 ตำรวจออกติดตามในย่านทุ่งครุและพบชายที่รองเท้าตรงกับที่สืบไว้ จึงเฝ้าตามเข้าไปในคอนโดและเข้าตรวจค้น
ภายในห้องชั้น 11 เจ้าหน้าที่พบเด็กหญิงอยู่ในสภาพอ่อนแรง นอนขดตัวใต้ผ้าห่ม และพบผู้ต้องสงสัยอยู่ในห้องเดียวกัน ระหว่างตรวจค้น ตำรวจพบโทรศัพท์ของเด็กถูกปิดเครื่องและซ่อนไว้ในกระเป๋าของผู้ต้องสงสัย
ตำรวจเตือนผู้ปกครองให้จับตาพฤติกรรมออนไลน์
ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และพาทั้งสองกลับไปสอบสวนที่ สน.วัดพระยาไกร จากนั้นเด็กหญิงได้พบแม่อีกครั้งในเวลาไม่นาน
รายงานระบุว่า ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพตามข้อหาหลัก แต่กล่าวอ้างว่าไม่ทราบอายุของเด็ก และยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายเด็ก ส่วนคราบเลือดบนเตียง อ้างว่าเกิดจากบาดแผลที่ขาของตนเอง
เขาให้การว่าเจอเด็กผ่านเกมออนไลน์ และพาเด็กมาที่ห้องเพื่อเล่นเกมด้วยกัน อีกทั้งอ้างว่าโทรศัพท์ของเด็กปิดเพราะแบตหมด
ตำรวจระบุว่า แนวทางคดีนี้เข้าลักษณะผู้ใหญ่สร้างความไว้ใจเด็กผ่านออนไลน์ ชวนเจอกันตัวต่อตัว แล้วใช้การชักจูงหรือกดดันเพื่อควบคุมเหยื่อ ขณะนี้ยังสอบพยาน ตรวจพยานแวดล้อม และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป
ตำรวจย้ำว่าอินเทอร์เน็ตและเกมออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเสมอไป คนแปลกหน้าที่รู้จักกันในเกมหรือโซเชียลอาจไม่เป็นอย่างที่พูด
ผู้ปกครองควรดูแลการใช้ออนไลน์ของเด็ก และสังเกตสัญญาณเสี่ยง เช่น เริ่มปิดบังมากขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยนไป หรือขาดการติดต่อแบบไม่มีเหตุผล หากรู้สึกผิดปกติให้รีบแจ้งเหตุ โทร 191 หรือแจ้งผ่านเพจ Facebook ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (MPB)
