ฟุตบอล

“บาร์เซโลนา” เอาชนะโคเปนเฮเกน 4-1ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีก

Published

on

ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบลีกเฟสปิดฉากแบบเร้าใจเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 ที่คัมป์ นู โดย เอฟซี บาร์เซโลนา โชว์ฟอร์มครึ่งหลังแบบเอาอยู่ ไล่ยิง เอฟซี โคเปนเฮเกน 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญจนจบอันดับ 5 ที่ 16 คะแนน ได้สิทธิ์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ และไม่ต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟ ถึงจะเริ่มเกมแย่ แต่เกมรุกของทีมของ ฮันซี ฟลิค พากลับมาเก็บชัยชนะได้ตามเป้า –  รับชมไฮไลท์

เจ้าถิ่นเริ่มเกมพลาด โดนยิงตั้งแต่นาที 4

บาร์เซโลนาออกสตาร์ตแบบไม่น่าเชื่อ แค่นาทีที่ 4 โคเปนเฮเกนฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับ บอลแทงทะลุช่องตัดหลังไลน์ล้ำหน้าได้พอดี ทำให้ วิคตอร์ ดาดาซอน กองหน้าชาวไอซ์แลนด์วัย 17 ปี หลุดเดี่ยวไปดวลกับ โจน การ์เซีย ก่อนแปบอลเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทีมเยือนนำ 1-0 และทั้งสนามเงียบกริบ เพราะประตูนี้ทำให้สถานการณ์ลุ้นเข้ารอบตึงขึ้นทันที

ครึ่งแรกบาร์ซาครองบอลเยอะตามสไตล์ แต่เจอแนวรับโคเปนเฮเกนยืนต่ำและแน่น จังหวะจบสกอร์ชัดๆ มีไม่มาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี พลาดโอกาสทองจากระยะใกล้หลังแนวรับคู่แข่งพลาดเอง ส่วน เอริก การ์เซีย ก็ซัดไกลชนคานแบบได้เสียว สุดท้ายโคเปนเฮเกนยังเอาตัวรอด จบครึ่งแรกยังนำอยู่

ครึ่งหลังบาร์เซโลนากลับมาเอาจริง ยามาลจุดไฟให้เกมพลิก

กลับมาเล่นครึ่งหลัง บาร์เซโลนาเร่งจังหวะทันที นาที 48 ลามีน ยามาล โชว์ความคล่องและไอเดียเกมรุก รับบอลทะลุช่องจาก ดานี โอลโม ก่อนจ่ายด้วยหลังเท้าแบบพอดีเป๊ะให้เลวานดอฟสกีปาดเข้าประตู ตีเสมอ 1-1 ประตูนี้ยังเป็นลูกที่ 106 ของเลวานดอฟสกีในแชมเปียนส์ลีก และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าถิ่นคุมเกมได้หมด

นาที 60 บาร์เซโลนาขึ้นนำ 2-1 จากยามาลคนเดิม เฟร์มิน โลเปซ จ่ายให้หน้าเขตโทษ ยามาลปั่นโค้งทันที บอลแฉลบแบบเปลี่ยนทางก่อนลอยข้าม โดมินิก โคตาร์สกี เข้าประตูไป เจ้าถิ่นแซงนำจนได้

ประตูที่สามมาในนาที 69 ยามาลเปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษให้เลวานดอฟสกีขึ้นเล่น แล้วโดนกองหลังโคเปนเฮเกนทำฟาวล์ ผู้ตัดสินให้จุดโทษ ราฟินญา รับหน้าที่สังหาร ยิงเรียดเข้าไปมุมล่างเป็น 3-1 และเป็นประตูแรกของเขาในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้

แรชฟอร์ดลงมายิงฟรีคิกปิดเกม 4-1

ช่วงท้ายเกม นาที 85 มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเติมความคมให้สกอร์ บาร์เซโลนาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ เขาปั่นบอลข้ามกำแพงโค้งเสียบมุมล่างซ้ายแบบสวยๆ โคตาร์สกีหมดสิทธิ์เซฟ ทำให้สกอร์ขาดเป็น 4-1 และคัมป์ นูกลับมาคึกคักเต็มที่

ช่วงท้ายโคเปนเฮเกนเหมือนจะได้ประตูปลอบใจ แต่โดน VAR จับล้ำหน้า ทำให้บาร์เซโลนารักษาผลต่างประตูได้ตามที่ต้องการในการลุ้นอันดับ

ภาพรวมบาร์เซโลนา

เกมนี้เห็นชัดว่าเกมรุกบาร์เซโลนามีตัวเลือกเยอะ และยามาลกำลังเป็นตัวหลักของทีม

  • ผู้เล่นเด่น: ลามีน ยามาล (ยิง 1 จ่าย 1 เด่นทั้งเกม), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (ทำประตู), ราฟินญา (ยิงจุดโทษ), มาร์คัส แรชฟอร์ด (ฟรีคิกสุดคม)
  • ระบบการเล่น: คาดว่า 4-3-3 และเพรสซิงหนักขึ้นในครึ่งหลัง
  • ช็อตที่น่าจดจำ: ความสร้างสรรค์ของยามาลที่ทำให้เกมไหล

ภาพรวมโคเปนเฮเกน

โคเปนเฮเกนเริ่มต้นดีมาก แต่ต้านความเร็วและแรงกดดันของบาร์เซโลนาไม่ไหวในครึ่งหลัง

  • ผู้เล่นเด่น: วิคตอร์ ดาดาซอน (ประตูขึ้นนำเร็ว), โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี (มีส่วนกับจังหวะเกมรุก)
  • ระบบการเล่น: เน้นตั้งรับเป็นหลัก รอโต้กลับ
  • ช็อตที่น่าจดจำ: ประตูต้นเกมของดาดาซอนที่ทำให้เจ้าถิ่นสะดุด

ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้โคเปนเฮเกนต้องจบเส้นทางยุโรป ขณะที่บาร์เซโลนาไปต่อในรอบน็อกเอาต์ด้วยโมเมนตัมที่ดี และเป็นอีกเกมที่ยืนยันว่าทีมของฟลิคยังไว้ใจได้ในวันที่ความกดดันสูงของรูปแบบแชมเปียนส์ลีกแบบใหม่

เบนฟิก้าสร้างความตกตะลึงด้วยการเอาชนะเรอัล มาดริด 4-2 ในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีกที่ดุเดือด

Trending

Exit mobile version