ฟุตบอล

เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา

Published

on

ซาน เซบาสเตียน, 18 มกราคม 2026, เกมลาลีกาคืนวันอาทิตย์ที่เรอาเล อารีนา (สนามเดิมที่หลายคนคุ้นในชื่ออาโนเอต้า) กลายเป็นคืนของเรอัล โซเซียดัด หลังเปิดบ้านล้มบาร์เซโลน่า 2-1 แบบหักปากกาเซียน ผลนี้ทำให้ทีมของฮันซี่ ฟลิค หยุดสถิติชนะรวด 11 นัดรวมทุกรายการ และทำให้การลุ้นแชมป์กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยบาร์ซ่ายังนำเรอัล มาดริดแค่ 1 แต้มบนหัวตาราง

เกมนี้มีครบทั้งประตูถูกริบ, VAR เข้ามามีบทบาทหลายจังหวะ, เซฟสำคัญของผู้รักษาประตู, ใบแดงช่วงท้าย และสกอร์ที่เปลี่ยนเร็วในครึ่งหลัง โซเซียดัดอาศัยความแข็งแกร่งในบ้านเก็บ 3 แต้มสำคัญ และเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่พวกเขาเอาชนะทีมจากคาตาลันในลีก ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง

ครึ่งแรกวุ่นตั้งแต่ต้น, โอยาร์ซาบัลซัดนำแบบสวนเกม

เริ่มเกมมาเป็นบอลเปิดหน้าแลกกันทันที บาร์เซโลน่าครองบอลมากกว่า แต่เจอธงล้ำหน้าขัดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกมีถึง 3 ประตูของบาร์ซ่าที่ถูกจับล้ำหน้า ได้แก่ เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง และ ลามีน ยามาล

ยังมีจังหวะที่บาร์ซ่าเกือบได้จุดโทษด้วย หลังยามาลล้มลงจากการปะทะกับ อิกอร์ ซูเบลเดีย แต่ VAR ตรวจแล้วเปลี่ยนคำตัดสิน กลายเป็นไม่ได้จุดโทษ

จากนั้นโซเซียดัดฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับ ในนาทีที่ 32 มิเกล โอยาร์ซาบัล กัปตันทีมเข้าชาร์จแบบวอลเลย์จากลูกเปิดแม่นๆ ของ กอนซาโล่ เกเดส ส่งบอลผ่านมือ โจน การ์เซีย ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 เสียงเชียร์ในสนามดังลั่นทันที

ก่อนหมดครึ่งแรก บาร์เซโลน่าพยายามเร่งเกมเพื่อเอาคืน แต่ อเล็กซ์ เรมิโร่ ยืนตำแหน่งดี และป้องกันจังหวะสำคัญไว้ได้หลายครั้ง ทำให้โซเซียดัดยังนำอยู่เมื่อจบ 45 นาทีแรก

แรชฟอร์ดตีเสมอ, เกเดสตอบโต้ทันควัน

ครึ่งหลังยังคุมอารมณ์ยากเหมือนเดิม บาร์เซโลน่าได้โอกาสต่อเนื่อง ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสาไปถึง 2 ครั้ง เรมิโร่ยังเซฟช่วยทีมไว้หลายจังหวะ ส่วนฌูลส์ กุนเด้ก็พลาดโอกาสทองจากลูกโหม่งที่ไปชนคาน

ฟลิคแก้เกมด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมา และการเปลี่ยนตัวนี้เห็นผลทันที นาทีที่ 70 แรชฟอร์ดขึ้นโหม่งจบสกอร์จากบอลที่ลามีน ยามาลแทงมาอย่างแม่นยำ ทำให้บาร์ซ่าตามตีเสมอ 1-1

แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน แทบจะทันทีในจังหวะถัดมา โซเซียดัดสวนกลับเร็วและจบอย่างเด็ดขาด กอนซาโล่ เกเดส ซัดผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป กลายเป็นประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 71

ช่วงท้ายเดือด, โซเซียดัดเหลือ 10 คนแต่เอาอยู่

ท้ายเกมบาร์เซโลน่าโหมบุกหนักเพื่อเอาประตูตีเสมออีกครั้ง แล้วสถานการณ์ยิ่งตึงขึ้นในนาทีที่ 88 เมื่อคาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลช้าและหนักใส่เปดรี ทำให้โซเซียดัดต้องเล่น 10 คนในช่วงเวลาสำคัญ

ทดเจ็บยาวถึง 9 นาที บาร์ซ่ากดดันแบบต่อเนื่อง แต่แนวรับเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์หลายครั้ง เรมิโร่ยังเหนียวเหมือนเดิม รวมถึงจังหวะสำคัญที่ปฏิเสธโอกาสของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (ตัวสำรอง) ช่วงท้าย สุดท้ายโซเซียดัดปิดเกมได้ เก็บชัยชนะที่แฟนบอลจำไปอีกนาน

ไฮไลต์สำคัญของเกม

  • บาร์เซโลน่ามี 3 ประตูที่ถูกจับล้ำหน้า (เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ลามีน ยามาล)
  • จังหวะจุดโทษของบาร์ซ่าถูก VAR กลับคำตัดสิน
  • ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสา 2 ครั้ง, บาร์ซ่ามีจังหวะชนคานอีกด้วย
  • อเล็กซ์ เรมิโร่โชว์เซฟหลายจังหวะสำคัญ รวมถึงช่วงท้ายเกม
  • สกอร์เปลี่ยนเร็ว, แรชฟอร์ดตีเสมอ (70′), เกเดสยิงนำอีกครั้ง (71′)
  • คาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดง (88′)

เกมนี้สะท้อนความคาดเดายากของลาลีกาได้ชัด บาร์เซโลน่าครองบอลและมีโอกาสมากกว่า แต่จบไม่คมพอ ขณะที่เรอัล โซเซียดัดใช้โอกาสที่มีให้คุ้ม และเล่นเกมรับแบบมีวินัยจนอยู่ครบ 90 นาที

สถิติทีม เรอัล โซเซียดัด

สถิติ ค่า
ครองบอล 38%
ยิงทั้งหมด 9
ยิงเข้ากรอบ 4
เตะมุม 3
ฟาวล์ 14
ใบเหลือง 3
ใบแดง 1
ผ่านบอลสำเร็จ 312

สถิติทีม บาร์เซโลน่า

สถิติ ค่า
ครองบอล 62%
ยิงทั้งหมด 22
ยิงเข้ากรอบ 8
เตะมุม 10
ฟาวล์ 11
ใบเหลือง 2
ใบแดง 0
ผ่านบอลสำเร็จ 568

ความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นการแพ้ในลีกนัดที่ 3 ของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้ พวกเขายังนำเป็นจ่าฝูงด้วย 49 คะแนนจาก 20 นัด ส่วนเรอัล โซเซียดัดได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่ยุโรป

อีกด้านหนึ่ง ผลนี้ทำให้ศึกแย่งแชมป์กลับมาสนุกกว่าเดิม เพราะเรอัล มาดริดไล่มาหายใจรดต้นคอบาร์ซ่าแล้ว แฟนบอลได้เห็นเกมที่ทั้งดุเดือด มีประเด็นถกเถียง และมีจังหวะชี้ชะตาหลายครั้งในคืนเดียว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถล่ม สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด 8-1

 

Trending

Exit mobile version