ฟุตบอล

เรอัล มาดริด เฉือน แอตเลติโก มาดริด 2-1 เกมดาร์บี้เดือด ลิ่วชิงสแปนิช ซูเปอร์คัพ

Published

on

ศึกมาดริดดาร์บี้ยังคงเข้มข้นตามชื่อเสียง และครั้งนี้เป็น เรอัล มาดริด ที่เบียดชนะคู่ปรับร่วมเมือง แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในรอบรองชนะเลิศศึกสแปนิช ซูเปอร์คัพ 2026 คืนวันพุธ ที่สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม ประตูจาก เฟเดริโก บัลเบร์เด และ โรดรีโก ช่วยพาทีมของ ชาบี อลอนโซ ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปเจอ บาร์เซโลนา ในวันอาทิตย์นี้

มาดริดเริ่มเกมได้จัดจ้านและคุมจังหวะได้ดี ก่อนต้องลงมาเน้นเกมรับช่วงท้ายจากแรงกดดันของแอตเลติโก ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้พวกเขาคว้าชัย 5 นัดติดรวมทุกรายการ ส่วนอีกคู่ บาร์เซโลนาของ ฮันซี ฟลิค ถล่ม แอธเลติก คลับ 5-0 รออยู่แล้วในนัดชิง

เกมที่จัดในซาอุฯ ตามรูปแบบซูเปอร์คัพที่ขยายการแข่งขัน มีแฟนบอลเข้ามาสร้างบรรยากาศคึกคัก และภาพรวมก็สะท้อนความดุเดือดของหนึ่งในดาร์บี้ที่คนทั้งโลกจับตาได้ชัดเจน

เปิดฉากสุดโหด, บัลเบร์เดซัดฟรีคิกตั้งแต่นาที 2

เกมแทบยังไม่ทันตั้งหลัก เรอัล มาดริดก็ได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษในตำแหน่งค่อนกลาง ตั้งแต่นาทีที่ 2 คืนนี้ เฟเดริโก บัลเบร์เด รับบทกัปตันทีม เดินมาปั่นด้วยเท้าขวาแบบเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบนชนิดที่ ยาน โอบลัค หมดสิทธิ์เซฟ เป็นประตูที่สวยและเฉียบมาก ช่วยให้มาดริดคุมเกมตั้งแต่ต้น

แอตเลติโกของ ดิเอโก ซิเมโอเน ยังหาจังหวะเข้าทำถนัดไม่ค่อยเจอในช่วงแรก เกมเพรสซิ่งของพวกเขาถูกตัดด้วยการเปลี่ยนจังหวะเร็วของเรอัล โดยเฉพาะฝั่งของ วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดรีโก ที่พาบอลขึ้นกดดันได้ตลอดเวลา ส่วน กอนซาโล การ์เซีย ที่ได้ลงเล่นหน้าเป้าแทน คีเลียน เอ็มบัปเป ที่เจ็บเข่า ก็เชื่อมเกมกับสองแนวรุกบราซิลได้ดี

เรอัล มาดริดครองบอลมากกว่าและสร้างโอกาสหลายครั้ง แต่แนวรับแอตเลติโกที่มี ดาวิด ฮันค์โก และ มาร์ก ปูบีญ คุมพื้นที่ยังช่วยกันเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-0

โรดรีโกบวกเพิ่ม, ซอร์ลอธโหม่งไล่มา

ครึ่งหลังเกมเปิดมากขึ้น และมาดริดมาได้เม็ดที่สองในนาที 54 จาก โรดรีโก เริ่มจากบอลจ่ายแม่นๆ ของบัลเบร์เดเข้าพื้นที่รุก โรดรีโกจับบอลแรกได้เนียน ก่อนเร่งจังหวะแล้วจบสกอร์ผ่านโอบลัคอย่างใจเย็น เป็นอีกลูกที่ชัดเจนว่าเรอัลทำเกมสวนกลับได้อันตรายแค่ไหน

แอตเลติโกไม่ยอมง่ายๆ นาที 58 พวกเขาตีไข่แตกทันที อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ขึ้นโขกที่เสาสองจากลูกครอส ลดช่องว่างเหลือ 1 ประตู และปลุกเกมให้กลับมาตึงมืออีกครั้ง นี่เป็นภาพแทนความพยายามของแอตเลติโกในเกมนี้ ที่มีโอกาสยิงรวมถึง 22 ครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือกดดันสุดๆ แอตเลติโกเดินหน้าหนักขึ้น ตัวสำรองอย่าง อองตวน กรีซมันน์ และ ติอาโก อัลมาดา ลงมาเติมความสด ขณะที่ มาร์กอส ญอเรนเต และ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ได้ลองส่องหลายครั้ง แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ยังเซฟสำคัญช่วยทีมไว้

ฝั่งเรอัลก็ประคองเกมได้ดี มีการส่ง ฟราน การ์เซีย และ แฟร์ล็องด์ เมนดี ลงมาช่วยเกมรับ เพื่อปิดพื้นที่ด้านข้างให้แน่นกว่าเดิม ช่วงทดเจ็บแอตเลติโกดันสุดตัว แต่แนวรับที่มี อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และ ราอูล อาเซนซิโอ ยืนคุมหลังบ้านยังเอาอยู่ จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น พร้อมตั๋วเข้าชิงของเรอัล มาดริด ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลที่ตามมาเชียร์

รายชื่อผู้เล่นตัวจริง

เรอัล มาดริด 11 ตัวจริง ตำแหน่ง แอตเลติโก มาดริด 11 ตัวจริง ตำแหน่ง
Thibaut Courtois GK Jan Oblak GK
Federico Valverde RB Marcos Llorente RB
Raúl Asencio CB Marc Pubill CB
Antonio Rüdiger CB David Hancko CB
Álvaro Carreras LB Matteo Ruggeri LB
Aurélien Tchouaméni DM Giuliano Simeone RM
Eduardo Camavinga CM Conor Gallagher CM
Jude Bellingham CM Koke CM
Rodrygo RW Álex Baena LM
Gonzalo García ST Julián Álvarez ST
Vinícius Júnior LW Alexander Sørloth ST

ตัวสำรองมีส่วนกับเกมทั้งสองฝั่ง เช่น นาอวล โมลินา ของแอตเลติโก และ ดานี เซบายอส ของเรอัล มาดริด

เส้นทางสู่รอบชิง, เอล กลาซิโกในซาอุฯ อีกครั้ง

เรอัล มาดริดจะไปเจอกับ FC Barcelona ในนัดชิงวันอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันที่นัดชิงสแปนิช ซูเปอร์คัพในซาอุฯ ลงเอยด้วย เอล กลาซิโก ด้านบาร์เซโลนาเพิ่งชนะ แอธเลติก คลับ 5-0 โดย ราฟินญา เหมาสองประตู ส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมป้องกันแชมป์ที่ได้เมื่อปีก่อน

สำหรับทีมของ ชาบี อลอนโซ ชัยชนะเหนือแอตเลติโกช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนลุ้นถ้วยแรกของฤดูกาล แม้ไม่มีเอ็มบัปเปจากอาการเจ็บเข่า แต่ขุมกำลังที่มีอยู่ยังตอบโจทย์ ทั้งความเป็นผู้นำของบัลเบร์เด และความคมของโรดรีโก

ส่วนแอตเลติโกคงเจ็บใจกับโอกาสที่ทิ้งไป หลายจังหวะพวกเขายิงเยอะ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดพอ ซิเมโอเนกับลูกทีมต้องกลับไปโฟกัสลาลีกา แต่ความพ่ายแพ้ในดาร์บี้นัดนี้คงติดอยู่ในหัวอีกสักพัก

เกมนี้มีครบทั้งประตูเร็ว ความเดือดช่วงท้าย และแรงปะทะของคู่ปรับร่วมเมือง และนัดชิงวันอาทิตย์ก็มีแววว่าจะหนักกว่าเดิมอีกขั้น

ข่าวเด่น:

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน เสมอกันอย่างน่าผิดหวัง 1-1

Trending

Exit mobile version