ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า เฉือนชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในศึกเอฟเอ คัพ ด้วยสกอร์ 2-1
เกมเอฟเอคัพ รอบสามที่ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดียม จบลงด้วยชัยชนะของแอสตัน วิลลา 2-1 หลังทีมของอูไน เอเมรีจบสกอร์ได้เฉียบขาดในครึ่งแรก ยิงสองประตูจาก เอมิเลียโน บวนเดีย และ มอร์แกน โรเจอร์ส ก่อนจะต้องรับมือกับแรงกดดันหนักในครึ่งหลังจากสเปอร์สที่พยายามกลับมาให้ได้ เจ้าบ้านได้ประตูตีตื้นจาก วิลสัน โอโดแบร์ต แต่ไล่ไม่ทัน วิลลาจึงผ่านเข้าสู่รอบสี่ ท่ามกลางบรรยากาศเดือดหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา
ผลการแข่งขันยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ โธมัส แฟรงก์ เมื่อสเปอร์สชนะเพียงนัดเดียวจาก 7 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงโห่ใส่ทีมอีกครั้ง และยังมีเหตุปะทะกันของนักเตะหลังเกม สะท้อนความอึดอัดที่ก่อตัวในลอนดอนเหนือ ฝั่งวิลลาถือเป็นชัยชนะที่ส่งข้อความชัดเจนในฤดูกาลที่พวกเขาตามจ่าฝูง อาร์เซนอล อยู่ 6 แต้ม และยังเดินหน้าลุ้นแชมป์เอฟเอคัพครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1957
ครึ่งแรกวิลลาคุมเกม, สเปอร์สพลาดเองหลายจังหวะ
ตั้งแต่เริ่มเกม วิลลายึดแผนของตัวเองได้ดีและเล่นแบบตรงจุด เอเมรีจัดชุดที่มี ดอนเยลล์ มาเลน ยืนหน้าเป้า โดยมีบวนเดียคอยสร้างสรรค์เกม และโรเจอร์สที่เติมพลังในแดนกลาง สเปอร์สของแฟรงก์เลือกโรเตชัน ส่ง มาติส แตล และ ริชาร์ลิซอน ลงนำเกมรุก แต่ความผิดพลาดในแนวรับช่วงต้นทำให้ทีมต้องจ่ายราคา
ประตูแรกมาในนาทีที่ 22 มาเลนฉวยบอลหลุดทางขวา ก่อนลากตัดเข้าในแล้วเปิดย้อนให้บวนเดียที่ยืนโล่งในเขตโทษ มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนตินากดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบใต้คานผ่านมือ กูเยลโม วิคาริโอ แบบหมดสิทธิ์ป้องกัน นั่นเป็นประตูที่ 6 ของบวนเดียในฤดูกาลนี้ และเป็นประตูแรกของเขาในเอฟเอคัพ พร้อมทำให้สนามเงียบลงทันที
สเปอร์สพยายามตั้งเกมกลับมา แต่ ชาบี ซิมอนส์ และแตลยังหาทางเจาะแนวรับวิลลาที่รัดกุมไม่ได้ โดยมี เอซรี คอนซา และ เปา ตอร์เรส คุมพื้นที่ด้านหลังอย่างแน่นหนา ก่อนหมดครึ่งแรก วิลลามาได้ประตูที่สองในช่วงทดเจ็บจากจังหวะต่อบอลสวยๆ แตลเสียบอลง่ายทางซ้าย ทำให้มาเลนได้พาบอลขึ้นอีกครั้ง เขาเล่นชิ่งกับบวนเดีย ก่อนสะกิดต่อให้โรเจอร์สที่วิ่งสอดมายิงโค้งเสียบเสาไกลอย่างเด็ดขาด สกอร์เป็น 2-0 ตอนพักครึ่ง พร้อมเสียงโห่ที่ดังลั่นจากแฟนสเปอร์ส
ภาพรวม 45 นาทีแรกชัดเจน วิลลาครองบอลราว 60% ยิงเข้ากรอบ 8 ครั้ง ขณะที่สเปอร์สเข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง และจำนวนโอกาสยิงรวม วิลลาเหนือกว่า 10 ต่อ 5
ครึ่งหลังสเปอร์สบุกหนัก, แต่ไล่ไม่ทันและจบเกมเดือด
คำพูดในห้องแต่งตัวของแฟรงก์ดูเหมือนปลุกทีมได้ สเปอร์สกลับมาด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น และการส่ง โดมินิก โซลันกี ลงจากม้านั่งสำรอง (เป็นนัดแรกของเขานับตั้งแต่เดือนสิงหาคม) ช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและพละกำลัง กองหน้าทีมชาติอังกฤษเกือบสร้างผลทันที เมื่อบังคับให้ มาร์โก บิซอต ผู้รักษาประตูวิลลา ต้องเซฟสำคัญ
ประตูตีตื้นเกิดในนาทีที่ 54 วิลสัน โอโดแบร์ต ปีกดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฟอร์มดีของสเปอร์สในซีซันนี้ รับบอลหน้าเขตโทษ ก่อนแตะหลบ เอียน มาตเซน แล้วซัดเรียดเสียบมุมล่าง ส่งทั้งสนามกลับมาคึกคัก และทำให้เจ้าบ้านเริ่มเห็นทางกลับสู่เกม
หลังจากนั้นเป็นช่วงที่วิลลาต้องตั้งรับแบบจริงจัง ซิมอนส์ปั่นโค้งให้บิซอตต้องออกแรง แตลโหม่งเฉียดคาน โซลันกียิงจ่อๆ แต่โดนตอร์เรสบล็อกไว้ได้แบบหวุดหวิด วิลลายังเจอปัญหาเพิ่มเมื่อ บูบาการ์ กามารา บาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวเร็ว อย่างไรก็ตาม จอห์น แม็คกินน์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ ช่วยคุมจังหวะกลางสนามได้ดี ขณะที่ โอลลี วัตกินส์ ลงมาเป็นสำรองและเกือบปิดเกมจากจังหวะสวนกลับ แต่ ชูเอา ปาลินญา ตามสกัดทัน
ช่วงทดเจ็บ สเปอร์สโยนทุกอย่างขึ้นหน้า เปโดร ปอร์โร เปิดบอลกดดันต่อเนื่องจนแนวรับวิลลาต้องลุ้นกันทุกจังหวะ แต่สุดท้ายทีมเยือนเอาตัวรอดได้ เมื่อหมดเวลาเกิดความชุลมุนใกล้หน้าประตู ปาลินญาและโรเจอร์สมีปากเสียงกันจนลามเป็นการปะทะของผู้เล่นหลายคน ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ต้องแจกใบเตือนเพื่อคุมสถานการณ์ ก่อนเกมจะจบลงแบบตึงๆ วิลลาฉลองกับแฟนบอลทีมเยือน ส่วนแฟรงก์ยืนเงียบๆ ข้างสนามท่ามกลางเสียงไม่พอใจของแฟนเจ้าถิ่น
หลังเกม เอเมรีพูดถึงผลงานทีมว่า “45 นาทีแรกเราทำได้ตามแผน คุมเกม สร้างโอกาส และยิงได้ ครึ่งหลังยากขึ้น แต่เราคุมเกมจนจบเหมือนทีมที่ต้องการชนะ” ด้านแฟรงก์ยอมรับปัญหาเดิมๆ ว่า “เราเริ่มเกมช้าอีกแล้ว มันทำให้ทุกอย่างยาก เรามีปฏิกิริยาที่ดีในครึ่งหลัง แต่เราไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกเป็นรองแบบนี้บ่อยๆ”
ไฮไลต์และจังหวะสำคัญของเกม
- 22′ บวนเดียซัดเต็มข้อ: มาเลนทำเกมทางขวา ก่อนจ่ายย้อนให้ยิงไม่จับ
- 45+3′ โรเจอร์สยิงสุดสวย: ต่อบอลเร็วจากความผิดพลาดของสเปอร์ส ก่อนปิดงานที่เสาไกล
- 54′ โอโดแบร์ตจุดประกาย: ลากตัดแล้วยิงเรียดเสียบมุม เปลี่ยนโมเมนตัมของเกม
- 70′ บิซอตช่วยทีม: เซฟต่อเนื่องจากจังหวะของซิมอนส์และแตล
- 90+5′ ชุลมุนหลังจบเกม: อารมณ์เดือดปะทุจนมีการปะทะกันหลายคน
ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม
เอมิเลียโน บวนเดีย (แอสตัน วิลลา) ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ และทำงานหนักตลอดเกม
ตารางพรีเมียร์ลีกและภาพรวมที่ใหญ่กว่า
การตกรอบเอฟเอคัพครั้งนี้ทำให้ฤดูกาลของสเปอร์สดูเปราะบางกว่าเดิม เป้าหมายหลักจึงเหลือแค่การไล่พื้นที่ในพรีเมียร์ลีก และความหวังทางถ้วยยุโรปผ่านเส้นทางยูโรปาลีก (หากยังไปต่อได้) ส่วนแอสตัน วิลลายังรักษาโมเมนตัมของทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ลีก พร้อมเดินหน้าหลายรายการในช่วงโปรแกรมแน่น
ณ วันที่ 11 มกราคม 2026 (ก่อนเกมลีกสุดสัปดาห์) ตารางพรีเมียร์ลีกสะท้อนระยะห่างของทั้งสองทีมอย่างชัดเจน