ฟุตบอล
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
ค่ำคืนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมเหมือนจะเป็นของเชลซีเต็มๆ ทีมของ ลิอัม โรเซนิเออร์ เกือบคว้าชัยในลีกเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และมีโอกาสขยับขึ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ด้วย แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในครึ่งหลัง เมื่อลีดส์ ยูไนเต็ดที่กำลังมั่นใจ ไล่จากตาม 0-2 กลับมาเสมอ 2-2 ทำให้ “สิงห์บลู” ทำแต้มหล่นแบบน่าเสียดาย
เชลซีออกสตาร์ตได้ดี ครองบอลมากกว่าและเจาะได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 24 โคล พาลเมอร์ แทงทะลุช่องให้ โจเอา เปดรู หลุดเดี่ยว ก่อนยกบอลข้ามหัวคาร์ล ดาร์โลว์เข้าไปอย่างเหนือชั้น เจ้าถิ่นนำ 1-0 แบบสมเหตุสมผล – ชมไฮไลท์
จบครึ่งแรก เชลซีดูคุมเกมได้ชัด ลีดส์แทบไม่ค่อยมีจังหวะจบสกอร์ใส่โรเบิร์ต ซานเชซ
ครึ่งหลังเชลซีมาได้เพิ่ม นาทีที่ 58 ผู้ตัดสินให้จุดโทษหลังเปดรูโดน แจกา บิโจล เบียดล้มในเขตโทษ พาลเมอร์รับหน้าที่สังหาร ยิงเรียดไปมุมขวาล่างไม่พลาด สกอร์เป็น 2-0 บรรยากาศในสนามเหมือนชัยชนะกำลังอยู่แค่เอื้อม
แต่ลีดส์ไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 67 ทีมเยือนได้จุดโทษคืน เมื่อ โมอิเซส ไกเซโด ไปทำฟาวล์ เจย์เดน โบเกิล ในกรอบเขตโทษ ลุคัส นเมชา ยิงเข้ามุมซ้ายอย่างเฉียบคม ไล่มา 2-1
จากนั้นอีก 6 นาที เกมก็กลับมาเท่ากัน นาทีที่ 73 แนวรับเชลซีมีพลาดจังหวะสำคัญ เปิดทางให้ โนอาห์ โอกาฟอร์ ตัวสำรองของลีดส์ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเป็น 2-2 ทำเอาสแตมฟอร์ด บริดจ์เงียบลงทันที ขณะที่แฟนทีมเยือนฉลองกันสุดเสียง
ท้ายเกมเชลซีเร่งหาประตูชัย ช่วงทดเจ็บ โจเรล ฮาโต้ เปิดบอลโค้งให้เปดรูโหม่ง แต่บอลชนคานเต็มๆ ต่อด้วยโอกาสทองของพาลเมอร์จากจังหวะเปิดต่ำเข้ามาหน้าประตู เขายิงข้ามคานจากระยะใกล้มากแบบไม่น่าเชื่อ กลายเป็นช็อตที่แฟนบอลพูดถึงกันทั้งเกม
หลังจบเกม ลิอัม โรเซนิเออร์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราน่าเก็บชัยชนะได้ เราเริ่มเกมดีมาก แต่เราเสียประตูจากจุดโทษ และมีข้อผิดพลาดในแนวรับจนเสียแต้ม พาลเมอร์พลาดโอกาสท้ายเกมก็จริง แต่เขาคือนักเตะระดับท็อป เราไม่โทษใคร นี่คือฟุตบอล เราต้องเรียนรู้และไปต่อ”
ฝั่ง แดเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์พอใจกับหนึ่งแต้ม “กลับมาจากตามหลังสองประตูที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไม่ใช่เรื่องง่าย นักเตะสู้กันสุดใจ แต้มนี้สำคัญมากกับเป้าหมายหนีโซนตกชั้นของเรา”
สรุปผลการแข่งขันและไฮไลท์สำคัญ
- เชลซีคุมบอลและสร้างโอกาสได้เยอะ แต่จบไม่เด็ดขาด
- ลีดส์อาศัยจุดโทษและความผิดพลาดคู่แข่ง กลับมามีแต้ม
- VAR มีบทบาทกับจุดโทษทั้งสองฝั่ง แต่ไม่มีดราม่าใหญ่
- เชลซีอดขยับขึ้นอันดับ 4 หลังแมนยูฯ เสมอเวสต์แฮม
ตารางนักเตะเชลซี (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | โรเบิร์ต ซานเชซ | มีเซฟสำคัญ แต่ช่วยไม่ได้กับ 2 ประตู |
| กองหลัง | มาร์ค คูคูเรญ่า (ออก) → โจเรล ฮาโต้ | เปลี่ยนครึ่งหลัง ฮาโต้เติมเกมและสร้างโอกาส |
| กองหลัง | เวสลีย์ โฟฟานา | โดยรวมแน่น แต่มีส่วนกับจังหวะเสียประตูตีเสมอ |
| กองหลัง | เทรโวห์ ชาโลบาห์ | อ่านเกมดี แต่แผงหลังหลุดสมาธิช่วงสำคัญ |
| กองหลัง | ริซ เจมส์ | จ่ายบอลดี แต่จังหวะเข้าพื้นที่อันตรายมีไม่มาก |
| กองกลาง | โมอิเซส ไกเซโด | เสียจุดโทษและโดนใบเหลือง |
| กองกลาง | เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ | คุมจังหวะและเชื่อมเกมได้ดี |
| ปีกขวา | โคล พาลเมอร์ | ยิงจุดโทษ 1 ประตู แต่พลาดโอกาสทองท้ายเกม |
| ปีกซ้าย | เอสเตวอง วิลเลียน | มีส่วนกับการขึ้นเกม แต่จังหวะจบยังไม่คม |
| กองหน้า | โจเอา เปดรู | ยิง 1 ประตู เรียกจุดโทษ เกือบเป็นฮีโร่ช่วงท้าย |
| กองหน้า | นิโคลัส แจ็คสัน | ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า |
เชลซีมีเพิ่มเป็น 44 คะแนน จาก 26 นัด รั้งอันดับ 5 ชั่วคราว
ตารางนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | คาร์ล ดาร์โลว์ | เจองานหนัก เซฟหลายครั้งแต่เสีย 2 ประตู |
| กองหลัง | แจกา บิโจล | เสียจุดโทษให้เชลซี |
| กองหลัง | โจ ราดซินสกี้ | ช่วยเกมรับดี โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก |
| กองหลัง | เบน คริสเตนเซ่น | อ่านเกมรับและซ้อนตำแหน่งได้ดี |
| แบ็กขวา | เจย์เดน โบเกิล | เรียกจุดโทษให้ทีม จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม |
| กองกลาง | อิลลาน เมซลิเยร์ | ทำหน้าที่กลางสนามได้เนียน คุมจังหวะช่วยทีม |
| กองกลาง | อาร์เซน ซัคก้า | ช่วยต่อบอลและพาเกมรุกเดินหน้า |
| ปีก | ลุคัส นเมชา | ยิงจุดโทษไล่คืน เป็นคีย์แมนของการคัมแบ็ก |
| ปีก | ดาเนียล เจมส์ | ลงมาเพิ่มความเร็วและช่วยไล่เพรส |
| กองหน้า | โจเอล พิโร่ | ลงมาช่วยเก็บบอลและกดดันแนวรับ |
| กองหน้า | โนอาห์ โอกาฟอร์ | ตัวสำรองซูเปอร์ซับ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 |
ลีดส์เก็บเพิ่มเป็น 30 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ปลอดภัยขึ้นจากโซนตกชั้น
เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเชลซี แม้จะเล่นดีแต่การเสียสมาธิเพียงชั่วครู่ก็ทำให้เสียแต้มสำคัญ ส่วนลีดส์แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ ภายใต้แดเนียล ฟาร์เก้ พวกเขายังมีลุ้นรอดพ้นตกชั้นต่อไป
