Connect with us

Crime News

คนขับรถถูกจับเพราะกีดขวางรถพยาบาลผู้ป่วยเสียชีวิต

Published

on

หนุ่มเมากร่าง ขับเก๋งขวางรถพยาบาล โบกจอดข้างทาง-ต่อว่า อ้างถูกขับจี้-แคลงใจไม่มีผู้ป่วย สุดท้ายช่วยผู้ป่วยไม่ทัน-เสียชีวิต ญาติเห็นคลิปเตรียมปรึกษาเอาผิด ตำรวจจับตรวจแอลกอฮอล์ พุ่ง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 21 ธ.ค.63 ร.ต.ท.ชัชวาล กุลกำลัง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับการประสานจากศูนย์กู้ชีพปราการว่า มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฎ 438 กรุงเทพมหานคร ขับปาดหน้ารถพยาบาล รพ.สมุทรปราการ ระหว่างกำลังเดินทางไปรับผู้ป่วย อีกทั้งคนขับยังเปิดกระจกกวักมือเรียกรถพยาบาลให้จอดข้างทาง ก่อนจะเดินลงมาต่อว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะขับหลบหนีเข้าไปในซอยวิทยุการบิน จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงถนนสุขุมวิท ก่อนถึงซอยวิทยุการบิน ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ต่อมาหลังรับแจ้ง ตำรวจจึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบภายในซอยดังกล่าว กระทั่งพบรถเก๋งคันก่อเหตุจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง พร้อมกับคนขับอยู่ในอาการคล้ายคนเมา ทราบชื่อคือ นายสัมฤทธิ์ มณีฤทธิ์ อายุ 38 ปี ขณะเดียวกันมารดาผู้ก่อเหตุได้เอ่ยปากร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้จับกุมตัวลูกชาย เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว ก่อนตำรวจจะคุมตัว นายสัมฤทธิ์ ไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบมีค่าเกินกว่ากฎหมายกำหนด สูงถึง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงถูกแจ้งข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถกีดขวางจราจรเอาไว้ก่อน ส่วนจะเข้าค่ายผิดข้อหาอื่นหรือไม่นั้น ต้องรอสอบสวนเพิ่มเติมอีกที

ด้าน นายสัมฤทธิ์ ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมา ให้การว่า ตนทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ย่านนิคมบางปู วันนี้หลังเลิกงานได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนย่านแพรกษา ระหว่างเดินทางกลับขับรถมาตามถนนสุขุมวิท ระหว่างทางมีรถพยาบาลขับจี้ตูดพร้อมกับเปิดไฟไซเรน ระหว่างนั้นตนไม่ได้ยินเสียง จึงได้หลบเข้าซ้าย แต่ด้วยความแคลงใจ เนื่องจากเคยพบเห็นรถฉุกเฉินเปิดไซเรนขอทางทั้งที่ไม่มีคนป่วย จึงได้ขับปาดหน้าและโบกให้รถพยาบาลหยุด เพื่อถามว่ามีความจำเป็นอะไรหรือไม่ ทำไมถึงต้องเปิดไซเรน และตนเห็นว่ารถพยาบาลคันดังกล่าวขับช้า หากมีเหตุจริงน่าจะขับเร็วกว่าปกติ อย่าไรก็ตามตนยอมรับผิด ที่ทำไปโดยไม่ทันคิด และขอโทษกับญาติผู้ป่วย และรถพยาบาลด้วย

ต่อมา น.ส.สุเบญจา บวรพรเกษม พยาบาลวิชาชีพ รพ.สมุทรปราการ และ นายยลภูผา นิละม้าย คนขับรถพยาบาล ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสัมฤทธิ์ พร้อมกับได้นำคลิปวิดีโอ ที่ถ่ายจากมือถือของตนมาเป็นหลักฐาน ซึ่งจากคลิบจะเห็นได้ว่าระหว่างที่รถพยาบาลกำลังเดินทางไปรับผู้ป่วยฉุกเฉินหมดลมหายใจ และเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในซอยวิทยุการบิน ระหว่างทางบนถนนสุขุมวิทนั้น รถพยาบาลซึ่งเปิดสัญญาณและเสียงฉุกเฉินเพื่อขอทาง แต่ปรากฏว่า นายสัมฤทธิ์ ได้ขับขวางทางรถพยาบาลอยู่นาน จนเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนเลนเพื่อเร่งไปช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่ นายสัมฤทธิ์ กลับไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าวและปาดเข้าซ้ายพร้อมเปิดกระจกกวักมือเรียกรถพยาบาลให้จอดข้างทาง ก่อนจะเดินลงมาต่อว่าเจ้าหน้าที่ ด้านเจ้าหน้าที่พยาบาลพยายามอธิบาย และร้องขอให้รถพยาบาลเข้าไปรับผู้ป่วยก่อน เนื่องจากอาการวิกฤติและหยุดหายใจ แต่ นายสัมฤทธิ์ กลับไม่ยินยอม ถึงแม้เจ้าหน้าที่พยาบาลจะบอกว่า หากไม่เชื่อให้ขับรถตามหลังมาตรวจสอบได้ว่า มีผู้ป่วยจริงหรือไม่ ขณะที่คลิปวิดีอีกมุมที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่านหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์เอาไว้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ทั้งทีมกู้ชีพและกู้ภัยพยามช่วยกันปั๊มหัวใจ เพื่อยื้อชีวิตให้กับผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นชายวัย 46 ปี ระหว่างที่รอรถพยาบาลกู้ชีพจากโรงพยาบาลสมุทรปราการมารับส่งตัว สุดท้ายผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิต

ด้าน น.ส.สุเบญจา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่รถพยาบาลกำลังเดินทางกลับมาจากส่งผู้ป่วยเคสแรก เมื่อมาถึงหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์สั่งการได้วิทยุเรียกแจ้งว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินกำลังทำการปั้มหัวใจช่วยชีวิตอยู่ จึงเดินทางไปยังบ้านผู้ป่วย โดยการเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเสียงฉุกเฉิน เมื่อรถพยาบาลผ่านพ้นแยกโค้งโพธิ์ ถนนสุขุมวิท สังเกตเห็นว่ามีรถคู่กรณีพยามขับตีคู่แข่งกับรถพยาบาล ก่อนจะปาดหน้ากะทันหัน จึงตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ตามที่ปรากฏในคลิป ส่วนกรณีที่ นายสัมฤทธิ์ บอกว่า ถ้ารถฉุกเฉินมีเหตุจริงต้องขับเร็วกว่านี้นั้น ตนชี้แจงว่ารถของเราเป็นรถโรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎจึงต้องขับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ดินทางไปห้องพักศพ ที่ รพ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามถึงกรณีที่เกิดขึ้นจากญาติผู้เสียชีวิต พบ นางณัฐฐินันท์ บริบูรณ์ อายุ 46 ภรรยาของนายประชา บริบูรณ์ อายุ 46 ปี ผู้เสียชีวิต และญาติอยู่ในความโศกเศร้า และยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์

โดย นางณัฐฐินันท์ ให้ข้อมูลว่า ก่อนสามีจะเสียชีวิตนั้น ระหว่างกำลังนอนพักผ่อนกันอยู่ในห้องนอน จู่ๆ สามีก็มีอาการชักเกร็งและหายใจไม่ออก ตนจึงได้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อให้มาช่วยเหลือ ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเข้ามาช่วย แต่ด้วยสามีอาการหนัก จึงได้ประสานขอรถพยาบาลมารับ กระทั่งตนมาเห็นคลิปตนถึงกับพูดไม่ออก และรู้สึกโกรธกับพฤติกรรมของ นายสัมฤทธิ์ ส่วนจะเข้าพบตำรวจเพื่อเอาผิดกับ นายสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้รถพยาบาลมาช้าหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างปรึกษากับญาติก่อน

Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

ข่าวที่น่าสนใจ



ข่าวที่น่าสนใจ




Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

Ads Block Detector Powered by codehelppro.com

ตรวจพบตัวบล็อกโฆษณา!!!

เราตรวจพบว่าคุณกำลังใช้ส่วนขยายเพื่อบล็อกโฆษณา โปรดสนับสนุนเราด้วยการปิดการใช้งานตัวบล็อกโฆษณาเหล่านี้

Disable Ad Block

Join Our Website

Powered by Live Score & Live Score App