Connect with us

Crime News

87 ปีถูกจำคุกฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสร้างสถิติใหม่

Published

on

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกอดีตข้าราชการหญิงซี 8 กรมสรรพากร” ผิด ม.112 ทั้งหมด29 กระทง รวม 29 ปี 174 เดือน ยื่น 1 ล้านขอประกันระหว่างอุทธรณ์ สุดท้ายต้องนอนเรือนจำ รอให้ศาลอุทธรณ์สั่งประกัน

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 19 ม.ค.2564 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางอัญชัญ ปรีเลิศ อดีตข้าราชการ ซี 8 กรมสรรพากร เขตบางพลัด เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14

คดีนี้เดิมอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 38/2557 เรื่องคดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร ซี่งฟ้องจำเลยกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาท ตาม ป.อ.มาตรา 112 ต่อมาปี 2562 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 ก.ค.2562 ให้คดีซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ 65 สำนวนซึ่งรวมถึงสำนวนคดีนี้ให้มาอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงมีการโอนคดีนี้มายังศาลยุติธรรม

ทั้งนี้โจทก์ฟ้อง และแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใช้งานเว็บไซต์ www.youtube.com ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงได้ โดยการใช้นามแฝง anchana siri, มารี รูท, un un และเป็นผู้ใช้งานเฟซบุ๊กใช้นามแฝงว่า Petch Prakery กระทำความผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันในระหว่างประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยได้ พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้กระทำผิดหลายรายการยึดเป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี เหตุเกิดที่แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นพิจารณาในศาลนี้จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์คำฟ้อง ประกอบพยานหลักฐานโจทก์ และคำรับสารภาพจำเลยแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป อ.มาตรา 112 และพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)(3)(5) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม ซึ่งฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ฯ กับฐานนำเข้าสู่ระบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นเท็จและเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึ ให้ลงโทษตาม ป.อ.มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

จึงให้จำคุก จำเลยรวม 29 กระทงๆ ละ 3 ปี เป็นจำคุก 87 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 29 ปี 174 เดือน

อย่างไรก็ตามภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นสลากออมสินและโฉนดที่ดิน รวมมูลค่า 1 ล้านบาทเศษ เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยศาลอาญาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพื่อมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ต่อไป ซึ่งล่าสุดศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวจำเลยไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางก่อน ซึ่งหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องประกันตัวอย่างไรแล้วก็จะได้แจ้งให้จำเลยทราบต่อไป

ด้าน นายนายศุภกิจ แย้มประชา รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้อธิบายหลักกฎหมายว่า กรณีผู้กระทำมีเจตนากระทำความผิดเดียวกันหลายครั้ง หรือกระทำต่อผู้เสียหายหลายคน เช่น ลักทรัพย์ของนายจ้างหลายครั้ง หรือฉ้อโกงผู้เสียหายหลายคน กฎหมายให้ศาลลงโทษผู้กระทำทุกกระทงความผิด โดยต้องนำโทษแต่ละกระทงมารวมกัน แต่เมื่อรวมโทษแล้วจะต้องไม่เกินเพดานขั้นสูง 10 ปี 20 ปี หรือ 50 ปี ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิด โดยยิ่งความผิดร้ายแรงมาก เพดานโทษก็จะสูงตามไปด้วย

ทั้งนี้ตัวอย่างเช่น นาย ก ลักทรัพย์ของนายจ้าง 5 ครั้ง ศาลต้องลงโทษเป็น 5 กระทง โดยศาลไม่จำต้องลงโทษแต่ละกระทงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิด สมมติทรัพย์ที่ลักแต่ละครั้งมูลค่าใกล้เคียงกัน และศาลลงโทษกระทงละ 1 ปี เมื่อรวม 5 กระทงเป็น 5 ปี แต่หากศาลลงโทษกระทงละ 5 ปี รวม 5 กระทงจะเป็น 25 ปี กรณีหลังนี้ศาลจะจำคุกได้แค่ 20 ปี เพราะเพดานขั้นสูงสำหรับความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างที่โทษจำคุกขั้นสูงไม่เกิน 10 ปี คือ 20 ปี แต่หากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษขั้นสูงเกินกว่า 10 ปี เช่น ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกขั้นสูงถึง 15 ปี หากมีการกระทำความผิดหลายกระทง เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เพดานสูงสุดจะจำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี ดังเช่นกรณีตามคำพิพากษาฉบับนี้

อย่างไรก็ดีสำหรับการ การใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีนั้น จำเลยก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมายต่อไป

ข่าวเพิ่มเติมจาก CTN News

Continue Reading
Advertisement