Connect with us

News Video

จตช. ฝึกวินัย 189 นายกองพัน“ อมกบโกวิด” 5 นายพลประจัญบาน

Published

on

จตช.นั่งหัวโต๊ะประชุมสรุปผลสอบทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 สั่งฟันวินัย ผบก.-ผบ.หมู่ 189 นาย พบระดับ พล.ต.ต. 5 นาย โดนด้วย เผย อัตราโทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ถึงปลดออก-ไล่ออก กำชับทุก บช.ระมัดระวังการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงทุกประเภท ห้ามบกพร่องซ้ำอีก

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับ รอง ผบช.ที่ทำหน้าที่จเรตำรวจของ บช.น. ตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อติดตามผลการดำเนินการทางวินัย กับผู้กระทำผิดทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 โดยมี พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช. พล.ต.ท.เชษฎา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.) ผู้แทน ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน ผบก.กองวินัย ตร. ร่วมประชุมด้วย

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า วันนี้เป็นการพูดคุยเพื่อสรุปตัวเลขผู้ที่กระทำความผิด ตัวเลขผู้ที่ถูกลงโทษไปแล้ว และผู้ที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนทางวินัย หากหาพยานหลักฐานมาหักล้างได้ ก็ไม่เป็นไร หากหามาไม่ได้ ก็เป็นกระบวนการของวินัยร้ายแรง โทษสูงสุด ไล่ออก ปลดออก หากมีคดีอาญาด้วย ก็ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณา อย่างไรก็ตาม จะสรุปผลการประชุมอย่างเป็นทางการให้ทราบต่อไป

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อไปว่า ทุก บช. มีข้าราชการตำรวจ ที่เข้าสู่กระบวนการทางวินัย ประมาณ 189 นาย จากพื้นที่นครบาล และ ภ.จว รวม 23 จังหวัด ทั้งระดับกองบังคับการ ภูธรจังหวัด และ ระดับสถานีตำรวจ รวม 73 หน่วย โดยมีตั้งแต่ระดับ พล.ต.ต. หรือ ผู้บังคับการ 5 นาย พ.ต.อ. 48 นาย นอกนั้นเป็นระดับ รอง ผกก., สว., รอง สว. และ ผบ.หมู่ รวม 136 นาย ซึ่งมีการพิจารณาโทษตามแต่มูลเจตนาของผู้กระทำผิดจากเบาไปถึงหนัก ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน การภาคฑัณฑ์ การกักยาม การกักขัง การตัดเงินเดือน และหนักสุดคือ การเสนอเข้าสู่การสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งหากมีหลักฐานยืนยัน ก็จะเข้าสู่การลงโทษ ปลดออก ไล่ออก และดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

“นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการทางการปกครองอีกส่วนหนึ่ง โดยมีการย้ายข้าราชการตำรวจที่ถูกพิจารณาโทษ โดยเฉพาะระดับ ผกก.- สว. ออกจากพื้นที่ไปทำหน้าที่อื่น อาทิ ตำรวจภูธรภาค 6 และ ตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งได้กำชับไม่ให้มีการย้ายผู้ที่ถูกย้าย กลับไปที่เดิมโดยเด็ดขาด”

มีรายงานว่า ในที่ประชุม พล.ต.อ.วิสนุ ได้ย้ำให้ ทุก บช.ระมัดระวังการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกประเภท โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งตำรวจโดยเฉพาะในพื้นที่ประกาศล็อกดาวน์ จำเป็นต้องใช้กำลังพลสนับสนุนภารกิจ ทั้งการลาดตระเวน และ จุดคัดกรอง ดังนั้น การพิจารณาโทษในครั้งนี้ ให้ทุกหน่วยถอดบทเรียน และต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกแล้ว การเบิกจ่ายทุกชนิด ต้องไม่บกพร่อง จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เข้าใจระเบียบไม่ได้ ต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก และในวันนี้ เงินเบี้ยเลี้ยงที่เบิกมาต้องถึงมือผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด โดยให้ ผบช.สตส เข้าตรวจสอบตามกระบวนการตรวจสอบภายในให้เรียบร้อย โดยในลำดับต่อไป ทาง ตร.จะส่งรายงานผลการดำเนินการให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ ป.ป.ช. ทราบเป็นข้อมูล ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ทางรัฐบาลได้จัดสรรเพื่อตอบแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นการแพร่ระบาดในช่วงวิกฤติ ตั้งแต่ 27 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2563 จำนวนกว่า 2,521 ล้านบาท โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.ตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงจากจเรตำรวจ ควบคู่กับ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกกองบัญชาการ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ประชุมเร่งรัดทุก บช.ให้เร่งดำเนินการโดยเด็ดขาด โดยให้หลักการไว้ 3 ข้อ คือ คืนความเป็นธรรมเยียวยา ถูกต้องตามระเบียบ และทุกคนรวมถึงสังคมพอใจ และให้เวลาทุก บช.ไปเร่งจัดการเข้าสู่กระบวนการทางวินัยภายในสิ้นปี 2563 – Mgr Online