Connect with us

Crime News

รวบ “พระฆ่าพระ” รวบพระฆ่าพระ! หนีคดีเกือบปีจนมุมคาด่านตรวจเมาแล้วขับ

Published

on

ที่ ศปก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมสอบสวน นายกองงาย แสนแก้ว อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 ม.4 ต.นบปริง อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.19/2563 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ข้อหาทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย

พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบศพพระสงฆ์มรณภาพ อยู่บริเวณโคนเสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทุ่งนา ตรงข้าม บขส.ขอนแก่นแห่งที่ 3 พื้นที่ บ.กุดกว้าง ม.12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ตายคือ พระวินัย หรือ หลวงตาแหล่ อายุ 50 ปี ชาวบ้านภูป่าไผ่ ต.โนนป่าซาง อ.ผาขาว จ.เลย ส่วนคนที่ลงมือฆ่าพระแหล่นั้น จากเบาะแสในทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่า น่าจะเป็นพระสงฆ์ที่ปักกลดอยู่ร่วมกันในจุดที่เกิดเหตุ เพราะหลังพบศพพระแหล่ พระสงฆ์รูปดังกล่าวก็หายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ ทั้งท่อนไม้และเศษผ้าในที่เกิดเหตุ ส่งนิติเวช เพื่อตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากเลือดที่ติดอยู่ เพื่อเป็นหลักฐานในการจับกุมคนร้ายที่ลงมือฆ่าพระแหล่

“เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจเมาแล้วขับของ สภ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้จับกุมพระกองงายหรือนายกองงาย แสนแก้ว ซึ่งอยู่ในผ้าเหลือง และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ไปรับตัวมาทำการสอบสวน

โดยจากการสอบสวนนายกองงายให้การว่า บวชเป็นพระมานาน รู้จักกับพระแหล่ จึงร่วมธุดงค์ด้วยกันมาเรื่อยจน มาถึงป่าละเมาะตรงข้าม บขส.3 ขอนแก่น ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ปักกลดอยู่ร่วมกันนาน ไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งเย็นวันที่ 26 ม.ค.2563 ได้ออกเงินกันซื้อเครื่องดื่มพญานาคพร้อมสุรา40 ดีกรีมาดื่มร่วมกัน และมีปากเสียงกันเพราะพระแหล่โอ้อวด และด่าทอบุพการี ทำให้โมโห จึงชกต่อยกัน แล้วพระแหล่ก็แยกตัวไปอยู่ที่กระท่อมข้างเสาไฟฟ้า และช่วงเช้ามืดวันที่ 27 ม.ค. จึงเดินไปหาเพื่อปรับความเข้าใจ แต่พระแหล่ยังเมาอยู่ คุยไม่รู้เรื่องและมีเรื่องทะเลาะกันซ้ำอีก ครั้งนี้ได้หยิบท่อนไม้ตีที่ศรีษะพระแหล่ 3 ครั้ง จนพระแหล่ล้มและสลบไป จึงลากตัวไปพิงไว้ที่เสาไฟฟ้า”

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้จ้างแท็กซี่ไปส่งที่บ้านญาติใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จากนั้นหนีจากอ.ภูเขียวไปขึ้นรถไปที่จ.นครราชสีมา ต่อไปยังกรุงเทพฯ และหนีไปยัง จ.ตรัง ซึ่งเมื่อถึง จ.ตรัง ได้ปักกลดอยู่ตามป่า หลายเดือนจึงหนีไปหาญาติที่ จ.พิษณุโลก และสึกจากพระ หลังจากสึกพระก็หนีไปอยู่กับญาติที่ จ.สุพรรณบุรี เลี้ยงเป็ดอยู่หลายเดือน ไม่มีความสุข จึงมาหาพระที่สำนักสงค์ในจง จ.นครราชสีมา เพื่อขอบวชพระอีกครั้ง เมื่อบวชพระเรียบร้อย จึงกลับมาจำพรรษาที่ อ.ภูเขียว และ อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ โดยก่อนจะถูกจับได้ซื้อเครื่องดื่มพญานาคมาดื่มผสมกับสุรา จากนั้นขับรถกลับวัด ผ่านด่านตรวจเมาแล้วขับของ สภ.จตุรัส จึงถูกเรียกตรวจและวัดปริมาณแอลกอฮอร์ แต่ไม่ยอมตรวจ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามชื่อนามสกุล และตรวจสอบประวัติ พบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น จึงได้จับกุมตามหมายจับ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาจึงทำการควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป