Connect with us

Regional News

ตาย 3 เจ็บ 52 หลังท่อแก๊สปตท. ระเบิดอ. บางบ่อจ. สมุทรปราการ

Published

on

เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 52 คนเหตุท่อก๊าซบึ้ม

ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ลงพื้นที่เหตุท่อก๊าซปตท.ระเบิดในพื้นที่อ.บางบ่อ มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 52 คน ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยืนยันคุมท่อก๊าซได้ ไม่ต้องห่วงระเบิดซ้ำ ด้านคพ.ตรวจวัดไม่พบค่าก๊าซตกค้างในจุดเกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง

กรณีเหตุท่อส่งแแก๊สเอ็นจีวี ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ระเบิดภายในซอยโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี ใกล้สถานีตำรวจภูธรเปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ทำให้มีเพลิงลุกไหม้ และเกิดความเสียหายกับพื้นที่ใกล้เคียงเป็นกวงกว้าง

วันนี้ (22 ต.ค.2563) นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่าทางปตท.สามารถคุมจุดที่ท่อก๊าซระเบิดได้แล้ว และมั่นใจว่าจะไม่มีโอกาสที่จะระเบิดซ้ำได้ ส่วนสารมลพิษตกค้าง และกลิ่นก๊าซที่เกิดขึ้นในช่วงเกิดเหตุได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่พบกลิ่นก๊าซตกค้างในสิ่งแวดล้อม

“จากการยืนยันของปตท.มีการปิดท่อก๊าซที่รั่วแล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่ระเบิดซ้ำ ขณะนี้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบที่บริเวณโรงเรียนวัดเปร็ง และตั้งศูนย์พยาบาล รวมถึงที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ที่บ้านเรือนเสียหาย ”

ท่อส่งแก๊สระเบิด ที่ ตำบลเปร็ง บางบ่อ สมุทรปราการ

นายวันชัย กล่าวว่า สำหรับตัวเลขสรุปเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 3 คน และผู้บาดเจ็บ 52 คน โดยกระจายส่งโรงพยาบาลในโรงพยาบาล ใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลบางบ่อ โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลบางปะกง โรงพยาบาลบ้านโพธิ์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ มีบ้านเรือนไหม้เสียหาย 8 หลัง และโรงเรียน 1 แห่ง รถเสียหายประมาณ 20 คัน

ส่วนสาเหตุยังไม่ชัดเจนแต่มีรายงานว่าเกิดจากรถแบคโฮเข้าไปยังจุดที่มีแนวท่อก๊าซฝังอยู่ แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งนี้ทางปตท.จะเข้ามาดูแลผู้บาดเจ็บและบ้านเรือน รวมทั้งทรัพย์สินที่เสียหาย ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ลงพื้นที่ตัดไฟเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่

ด้านนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกับนายชายชาญ เตโชทินกร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมตรวจสอบ หลังเกิดเหตุที่พบว่ามีก๊าซ ฟุ้งกระจายสู่บรรยากาศ และเกิดการติดไฟระเบิด มีรัศมี 300 เมตร แม้จะควบคุมเปลวไฟได้ แต่ยังมีควันจากการเผาไหม้

จากการตรวจวัดค่าปริมาณก๊าซ ด้วยอุปกรณ์ภาคสนามแบบพกพา พบมีค่าปริมาณเปอร์เซ็นต่ำสุดของสารไวไฟ ทั้งโซนที่มีอันตรายน้อยลง และบริเวณ Hot Zone หรือบริเวณอันตราย มีค่าเท่ากับ 0 แต่ปตท.ส่งโดรนเพื่อเข้าวัดในพื้นเพื่อเฝ้าระวังเป็นระยะ

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้วัดค่าก๊าซตกค้าง บริเวณสถานีตำรวจภูธรตำรวจเปร็ง และบริเวณร้าน 7-11 มีค่าเท่ากับ 0 เบื้องต้นว่าควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ยังผู้เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในป้องกันตัวเองจากควันและมลพิษทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นได้

ตำรวจ เข้าเก็บหลักฐานสอบหาสาเหตุ

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตํารวจฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตํารวจพิสูจน์ หลักฐาน เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ภายหลังจากเพลิงสงบลง และอุณหภูมิภายในที่เกิดเหตุลงลด เพื่อหาสาเหตุการเกิดระเบิดเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการเร่งอพยพ ช่วยเหลือ ประชาชน ออกจากบริเวณที่เกิดเหตุโดยเร็ว ด้วยความปลอดภัย ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตํารวจจราจรอํานวยความสะดวกการจราจรโดยรอบ ให้เกิดการปัญหาจราจรติดขัดน้อยที่สุด ให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมสั่งการอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ – ThaiPBS

Continue Reading
Advertisement