Connect with us

News

เคลียร์พื้นที่ยิงปะทะโจรใต้ พบศพอีก2รายรวม3วันตาย7

Published

on

เคลียร์พื้นที่ยิงปะทะโจรใต้ พบศพอีก2รายรวม3วันตาย7

ปะทะเดือดโจรใต้ วิสามัญ พบอีก 2 ศพ รวมปิดล้อมไล่ล่านาน 3 วัน รวม 7 ศพ ยึดปืน อาก้า – เอ็ม16 -ปืนพก รวม 9 กระบอก ยันปฏิบัติตามขั้นตอนเบาไปหนัก เร่งสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563 เวลา 17.30 น

กรณีผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง เข้าเคลียร์พื้นที่เหตุปะทะกลางทุ่งนา บ้านบือแนจือแล หมู่ 2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังปิดล้อมไล่ล่าคนร้ายมาตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 16 ส.ค.คนร้ายถูกวิสามัญรวมแล้ว 5 ศพ แต่ต่อมาผู้บังคับบัญชาระดับสูงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่คงกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ต่อเนื่องตามยุทธวิธี โดยตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในระยะรัศมี 1-5 กม. เพื่อตรวจค้น หาหลักฐานอย่างละเอียดจนมั่นใจว่าพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีกหรือจนกว่าแน่ใจแล้วว่าพื้นที่นั้นปลอดภัยแล้ว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 ส.ค. พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า แม่ทัพภาคที่ 4 กำชับเน้นย้ำการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความระมัดระวังและพยายามที่จะบังคับใช้กฏหมายเพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฏหมาย แต่การปฏิบัติที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความอยากลำบากเนื่องจากพื้นที่ที่คนร้ายหลบซ่อนตัวเป็นป่าละเมาะ และทุ่งนาบริเวณกว้าง วันแรกและวันที่สองได้เจรจาโดยการนำผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นมาเกลี้ยงกล่อมหลายรอบ แต่คนร้ายใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนนำไปสู่การวิสามัญ และล่าสุดจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพบว่าคนร้ายเสียชีวิตทั้งหมด 7 คน ทราบชื่อ 3 ราย อีก 4 อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ และตรวจยึดอาวุธได้ 9 กระบอก เป็นอาวุธสงครามเอ็ม16และอาก้า รวม 5 กระบอก ปืนพก 4 กระบอก ทั้งหมดยึดไว้ตรวจสอบที่มา และประวัติว่าเคยนำไปก่อเหตุใดบ้าง ทั้งนี้ในนามของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ซึ่งเป็นการเสียชีวิตที่เจ้าหน้าทีไม่อยากให้เกิด เจ้าหน้าที่พยายามใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายเลือกที่จะใช้ความรุนแรงตอบโต้ ทางแม่ทัพ ขอขอบคุณ และชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติครั้งนี้ โดยเฉพาะทหารที่บาดเจ็บทั้ง 3 นาย –อ่านข่าวเพิ่มเติม

Continue Reading
Advertisement