Connect with us

Northern Thailand

แม่ใจร้ายทิ้งทารกที่เพิ่งคลอด โชคดีชาวบ้านช่วยไว้ได้ทัน

Published

on

แม่ใจร้ายทิ้งทารกที่เพิ่งคลอด.jpg

จากกรณีมีคนนำเด็กทารกเพิ่งคลอดมาทิ้งไว้ริมสระน้ำท้ายหมู่บ้านโคกอ่าง ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา ตรวจสอบพบเป็นทารกเพศหญิง มีเสื้อและกระสอบเก่าๆห่อร่างเอาไว้ สภาพมีคราบเลือดและสายรกยังติดอยู่ เริ่มมีมดและแมลงเข้ามาเกาะจนเด็กร้องไห้ ทำให้ชาวบ้านที่ผ่านมาได้ยินเสียงร้องและลงมาช่วยเหลือไว้ดังกล่าว จนกลายเป็นประเด็นในโลกโชเชียล

ภายหลังจากผู้ที่ช่วยเหลือเด็กทารกได้โพสต์ลงเพื่อให้ช่วยกันติดตามหาข้อมูลของแม่ใจร้ายรายนี้ จนมีผู้มาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างสาปแช่งแม่คนดังกล่าว ส่วนทารกได้ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

และขณะนี้มีหลายคนที่แสดงความจำนงต้องการรับเด็กทารกไปอุปการะเลี้ยงดู โดยมีการตั้งชื่อเด็กทารกในโลกโชเชียลว่า น้องพรรษา ตามวันเกิดที่ตรงกับวันเข้าพรรษา

ล่าสุดเวลา 16.00 น. วันนี้(8 ก.ค. 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุสุมาลย์ ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้แล้ว คือ  น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ซึ่งมีบ้านห่างจากจุดทิ้งทารกประมาณ 100 เมตร หลังจากพบมีพิรุธ และชาวบ้านให้เบาะแสว่า น.ส.บี เคยมีสามีและมีลูกชาย 2 คน และเลิกรากับสามีไป ก่อนจะไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยฝากลูกไว้ให้อยู่กับยาย เมื่อช่วงสถานการณ์โรคติอเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาด น.ส.บี ได้เดินทางกลับมาที่บ้านในสภาพเหมือนคนท้อง แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจ เพราะ น.ส.บี อ้างว่าตัวเองอ้วน

จากนั้น พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ จิรัฐวรโชติ ผกก.สภ.กุสุมาลย์ กล่าวว่า ชุดสืบสวน สภ.กุสุมาลย์ ได้แบ่งทีมลงพื้นที่หาข้อมูลกับคนในหมู่บ้าน และ น.ส.บี ที่บ้านห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เพราะอยู่ในกลุ่มต้องสงสัย พบ น.ส.บี อยู่ในสภาพอิดโรย เมื่อเค้นสอบหนัก น.ส.บี เริ่มนิ่งและมีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนเปิดปากรับสารภาพ ว่า เป็นคนนำลูกที่ทำคลอดเองไปทิ้งเพราะไม่อยากเลี้ยงเป็นภาระ เพราะกลัวเลี้ยงไม่โต ตนเองก็ไม่มีงานทำ ตำรวจจึงนำตัว น.ส.บี ส่งไปที่ รพ.กุสุมาลย์ เพื่อตรวจร่างกายว่าผ่านการคลอดลูกมาหรือไม่

ซึ่งผลตรวจทางแพทย์ก็ยืนยันว่า น.ส.บี มีการคลอดบุตรจริง และท้องก็ยังไม่ยุบ แต่ที่น่าห่วงคือ น.ส.บี มีอาการติดเชื้ออย่างหนัก ผลจากการใช้กรรไกรที่ไม่สะอาดตัดสายสะดือ จนเริ่มเกิดอาการอ่อนเพลีย และเสี่ยงจะเป็นอันตราย ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ตั้งข้อหาใดๆกับ น.ส.บี เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหนัก แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดชุดคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และเมื่อ น.ส.บี รักษาอาการจนดีขึ้น จะมีการนำตัวสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้น ยังมีการประเมินสถานการณ์ เพราะชาวบ้านหลายคนยังคงสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ซึ่งคนในพื้นที่มีความเชื่อในเรื่องของผีบรรพบุรุษ ที่อาจจะส่งผลให้หมู่บ้านมีเรื่องที่ไม่ดีเข้ามา หรือที่เรียกว่า “ผิดผี”

Continue Reading
Advertisement