Connect with us

Northern Thailand

เปิดชีวิตลำเค็ญ แม่ลูก 4 ยอมทำผิดกฎหมาย ขโมยชุดนักเรียนให้ลูก

Published

on

เปิดชีวิตลำเค็ญ แม่ลูก 4 ยอมทำผิดกฎหมาย ขโมยชุดนักเรียนให้ลูก

จากกรณีแม่อายุ 26 ปี พาลูกสาววัย 9 ปี เข้าไปลักชุดนักเรียนและรองเท้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งริมถนนเอเชีย 41 ตำบลนาขา สาขาหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อนำไปให้ลูกสาวและลูกชายระดับชั้นประถมศึกษาได้ไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรกและถูกเจ้าหน้าที่ห้างจับตัวไว้ได้พร้อมของกลางเป็นชุดนักเรียนหญิง และรองเท้านักเรียนหญิงกับรองเท้านักเรียนชาย โดยทางผู้จัดการห้างโทรศัพท์เรียกตำรวจมาควบคุมตัวดำเนินคดี แต่โชคดีมีชาวบ้านช่วยเจรจาและจ่ายค่าชุดนักเรียนให้ในราคา 1,200 บาท ตามที่เป็นข่าวนั้น

ความคืนหน้ากรณีดังกล่าวดังกล่าว น.ส.สุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธานสภา อบต.ตำบลนาขา อ.หลังสวน ได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่ลูกดังกล่าว โดยมี นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบเรื่องได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น

โดยพบว่าครอบครัวดังกล่าวนี้ประกอบด้วย นายพญา บุญแก้ว อายุ 40 ปี และ นางภาราภรณ์ ทองจินดา อายุ 26 ปี สองผัวเมีย อาศัยอยู่ในบ้านพักกลางสวนยางพาราของเถ้าแก่เจ้าของสวน โดยบ้านที่อาศัยอยู่เป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่กั้นด้วยอิฐบล็อกสภาพเก่าหลีงคามุงสังกะสิ โดยกั้นเป็น 2 ห้อง ใช้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตรที่ใช้ในสวน และอีกห้องเป็นที่นอนซึ่งอยู่รวมกัน 6 ชีวิต คือพ่อแม่และลูกๆ 4 คน มีความกว้างยาวเพียง 3 x3 เมตรเท่านั้น ที่ต้องนอนเรียงกันรวม 6 ชีวิต มีสภาพไม่ต่างจากรังหนูเต็มไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งยังเป็นห้องครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกทั้ง 4 ได้กินก่อนไปโรงเรียนอีกด้วย

ส่วนลูก 4 คน คือลูกชายวัย 11 ปี เรียนอยู่ระดับ ป.4 ลูกสาววัย 9 ปี เรียนอยู่ ป.3 ลูกสาววัย 7 ขวบ เรียนอยู่ ป.1 และลูกสาว วัย 5 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ทั้งหมดเรียนอยู่โรงเรียนบ้านในเมือง โดยแต่ละวันพ่อและแม่สลับกันขับรถ จยย.ซ้อนลูกทั้ง 4 คน ไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน โดยโรงเรียนที่ลูกๆเรียนอยู่ห่างไกลจากบ้านกว่า 10 กิโลเมตร ต้องเสี่ยงอันตรายวิ่งจากถนนในสวนยางพาราออกไปถนนสายรองของหมู่บ้าน แล้วต้องขับไปบนถนนสายเอเชีย 41 ซึ่งเป็นสายหลัก ก่อนจะกลับรถข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อเข้าไปในไปที่โรงเรียน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีดังกล่าวกับนางสาวภารากรณ์ผู้เป็นแม่ของลูกๆ บอกว่าตนเองยอมรับผิดที่ก่อเหตุลักชุดนักเรียนโดยตั้งใจจริงที่จะไปก่อเหตุลักเสื้อผ้าด้วยความจำเป็นเพราะโรงเรียนจะเปิดเทอมในวันพรุ่งนี้ก่อนจะก่อเหต 1 วัน แต่ชุดนักเรียนของลูกวัยอนุบาลยังไม่มี ประกอบกับเงินติดบ้านมีเพียงไม่ถึง 300 บาท จึงจูงลูกสองคนชายอายุ 11 ปี ลูกหญิงอายุ 9 ปี ไปก่อเหตุลักชุดนักเรียนอนุบาล 2 ชุด และรองเท้าให้คนโตกับคนเล็กอีก 2 คู่ แต่คาดว่าทางห้างเห็นจากกล้องวงจรปิดว่า ตนซุกเสื้อผ้าและรองเท้าใส่กระเป๋าเป้เตรียมจะออกจากห้าง จึงให้ทาง รปภ.มาคุมตัว และเรียกตำรวจมาแ ต่โชคยังดีที่ตำรวจและชาวบ้านที่ใจดี ได้ช่วยกันจ่ายเงินให้กว่าพันบาท และขอให้ทางห้างไม่ติดใจเอาความ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจในการกระทำดังกล่าวแต่ก็เพราะความจำเป็นจริงๆจึงฝากขอบคุณทางตำรวจที่ช่วยเหลือมิเช่นนั้นคงถูกดำเนินคดีไปแล้ว

นางภาราภรณ์ กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวตนจะมีรายได้จากส่วนแบ่งจากขายยางพาราประมาณ 6-8 พันบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันนี้เกิดปัญหาหลายอย่างทั้งโรคระบาดไวรัสโควิด-19 และยางราคาตกส่วนแบ่งจะน้อยตามลงไปด้วย ร้านค้าหยุดรับซื้อและเข้าฤดูฝนตกทำให้กรีดยางไม่ได้ เงินเก็บก็หมดต้องประสบปัญหา ตนเองและสามีก็ต้องดิ้นรนไปรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกที่กำลังกินกำลังใช้ แต่งานก็ไม่ค่อยมีเพราะผลกระทบจากโควิด-19

ด้านนายพญา ผู้เป็นสามี กล่าวทั้งน้ำตาว่าตนรู้เสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากที่เมียตนได้ทำลงไปโดยไม่บอกให้รู้ อาจเป็นเพราะความรักลูก อยากให้ลูกได้เล่าเรียนเหมือนเด็กคนอื่น และในวันเกิดเหตุ ขณะนั้นตนอยู่ในสวนกำลังกรีดยางและทางเจ้าหน้าที่ของห้างได้โทรมาให้ตนไปรับไปที่ห้าง และเมื่อไปถึงทางห้างก็บอกว่าพร้อมจ่ายเงินตามจำนวนสินค้าหรือไม่ ตนเองยอมรับตกใจ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินไม่ถึง 100 บาท ทางเจ้าหน้าที่ห้างบอกว่าถ้าเช่นนั้นจะเรียกตำรวจมาและให้ตนเอาลูกกลับไปบ้านก่อน


ขณะที่ นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร บอกว่าการลงมาพื้นที่ครั้งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากทราบเรื่องทั้งหมด เข้าใจในความเป็นพ่อแม่ที่ตะต้องทำเพื่อลูกแม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม ซึ่งก็ให้กำลังใจและพร้อมจะช่วยเหลือตามขั้นตอนทุกอย่าง พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันบาทและเสื้อผ้า ผ้าห่มจำนวนหนึ่งให้ไว้

ด้าน นางสาวสุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน กล่าวว่าหลังจากที่ตนเองได้ทราบข่าวว่า นางภารากรณ์ หรือ ติ๋ม ทองจินดา แม่ผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ชุดนักเรียนในห้าง ซึ่งมีภูมิลำเนาตามบัตรประจำตัวประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนเองแต่ไปรับจ้างกรีดยางที่ อ.ทุ่งตะโก ก็ได้ลงมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว

นางสาวสุดใจ กล่าวต่อว่าจากการสอบถามจนได้ข้อมูลพบว่า นายพญาและนางภาราภรณ์ ได้มารับจ้างกรีดยาง เป็นคนมุมานะขยันทำงานเดือดร้อนก็ไม่ค่อยจะเอ่ยปากขอใคร แม้กระทั่งโรงเรียนจะเปิดแล้วต้องหาเงินไปซื้อชุดให้ลูกก็ยังไม่เคยเอ่ยปากขอเงินหรือยืมญาติพี่น้องสักบาทเดียว ที่ผ่านมาทราบว่าไปกู้หนี้นอกระบบจำนวน 6 พันบาท โดยจะเสียดอก 10% เพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์การเรียนให้ลูกทั้ง 4 แต่คาดว่าเงินคงไม่พอ ผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจโดยไม่บอกใครเข้าไปลักชุดนักเรียนเพียงเพื่อหวังจะให้ลูกได้ใส่ไปเรียน แม้รู้ว่าสิ่งนั้นที่ทำลงไปจะเป็นความผิดก็ตาม

Continue Reading
Advertisement